ข้อสรุปหลักเกณฑ์การศึกษาสำหรับนักเรียนทุน

นักเรียนทุนที่ศึกษาในสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ควรศึกษาหลักเกณฑ์การศึกษาสำหรับนักเรียนทุน (ด้านล่าง) โดยละเอียดก่อนการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาและการดำเนินชีวิตระหว่างศึกษาในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด หากมีความไม่ชัดเจนในรายละเอียดประการใด หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อฝ่ายการศึกษา  สนร. อังกฤษ ก่อนการดำเนินการ

ด้วยความปรารถนาดี

สนร.อังกฤษ

นักเรียนทุนสามารถกดลิงค์เพื่อกรอกแบบคำขอด้านการศึกษาได้ โดยขอให้ศึกษาหลักเกณฑ์การศึกษาสำหรับนักเรียนทุน (ด้านล่าง) ให้ชัดเจนก่อนแล้วจึงกรอกข้อมูล เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง

สำหรับนักเรียนทุนที่เดินทางมาศึกษา ณ สหราชอาณาจักร หรือสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เมื่อเดินทางถึงประเทศที่ศึกษาแล้ว กรุณาจัดส่งเอกสารรายงานตัวให้ สนร. ทางอีเมล scholars@oeauk.net หรือสามารถรายงานตัวด้วยตนเองที่ สนร. อังกฤษ (Office of Educational Affairs, The Royal Thai Embassy (OEA), 28 Princes Gate, London, SW7 1PT) ในโอกาสแรกที่จะทำได้ เพื่อให้ สนร. สามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ เช่น การชำระค่าเล่าเรียน การโอนค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยขอให้ส่งเอกสารประกอบรายงานตัวลงทะเบียนตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เอกสารประกอบการรายงานตัวลงทะเบียนในระบบของ สนร.

  • แบบรายงานตัวมาศึกษา ณ สหราชอาณาจักร ที่ได้รับจากสำนักงาน ก.พ.
  • แบบรายงานตัวสำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลใหม่ของ สนร. (Registration Form for Scholarship Student)
  • สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกที่มีรายละเอียดส่วนตัว
  • สำเนาหนังสือเดินทางที่ประทับตรา “วันที่เดินทางมาถึง” สหราชอาณาจักร หรือ Boarding pass (กรณีไม่มีการประทับตรา)
  • สำเนาเอกสาร/อีเมล จาก UKVI แสดงสถานะ Immigration status ที่ระบุระยะเวลาของวีซ่านักเรียนทุน
  • สำเนาจดหมายตอบรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัย ที่ระบุค่าเล่าเรียนอย่างชัดเจน (Unconditional Offer Letter)
  • CAS Statement
  • สำเนาจดหมายตอบรับเข้าศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษ (Pre-sessional course) (กรณีที่ได้รับตอบรับแบบมีเงื่อนไข Conditional offer)

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  • เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา ได้รับเอกสารรายงานตัวนักเรียนทุนใหม่และเอกสารประกอบแล้ว จะดำเนินการลงทะเบียนนักเรียนทุนใหม่ในระบบของ สนร. และจะแจ้งรหัสประจำตัว พร้อมรายละเอียดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้นักเรียนทุนทราบทางอีเมล

  • หากนักเรียนทุนหรือต้นสังกัด ได้จ่ายเงินมัดจำค่าเล่าเรียน (Deposit) หรือค่าเล่าเรียนให้กับสถานศึกษาโดยตรงแล้ว โปรดยืนยันรายละเอียดให้ สนร. ทราบ เพื่อการดำเนินการที่ถูกต้องต่อไป

  • ในกรณีที่สถานศึกษาต้องการหนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนทุน สนร. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองทางการเงิน (Financial Guarantee Letter) เพื่อให้ นทร. นำไปยื่นแก่มหาวิทยาลัยประกอบการลงทะเบียนเรียน และมหาวิทยาลัยจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนมาที่ สนร. โดยตรง กรณี ศึกษาหลักสูตรที่มีระยะเวลาศึกษาเกินกว่า 1 ปี สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ สนร. เพื่อขอเอกสารรับรองดังกล่าว ประกอบการลงทะเบียนศึกษาในแต่ละปีการศึกษา

  • กรณีที่ ศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษก่อนเริ่มศึกษาหลักสูตรหลัก เมื่อสอบผ่านหลักสูตรดังกล่าวแล้ว โปรดส่งผลการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ พร้อมกับดำเนินการขอ Financial guarantee Letter สำหรับหลักสูตรหลัก โดยการกรอกแบบคำขอรับรองสถานภาพนักเรียนทุนรัฐบาล พร้อมแนบเอกสาร Unconditional Offer ที่ระบุค่าเล่าเรียน สนร. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองทางการเงิน (Financial Guarantee Letter) ให้ เพื่อนำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนมาที่ สนร. โดยตรง (กรณีที่ต้องขอวีซ่าใหม่ ให้เลือกขอเอกสารรับรองให้การขอวีซ่าในแบบคำร้องเดียวกัน พร้อมแนบเอกสาร CAS Statement และ Unconditional offer)

นักเรียนทุนจะต้องลงทะเบียนศึกษาแบบเต็มเวลา (Full Time) โดยดำเนินการ ดังนี้

  1. นักเรียนทุนของรัฐบาลจะต้องลงทะเบียนศึกษาให้เต็มที่ตามกำลังความสามารถและเป็นไปตามกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการลงทะเบียนที่สถานศึกษากำหนด
  2. นักเรียนทุนของรัฐบาลจะต้องเลือกวิชาศึกษาให้ตรงตามแนวการศึกษา

หากมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงแนวการศึกษา ย้ายสถานศึกษา หรือย้ายประเทศศึกษา กรุณาหารือกับเจ้าหน้าที่ สนร. โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็น เจ้าหน้าที่ สนร. จะแนะนำขั้นตอนการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามระเบียบ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงแนวการศึกษาหรือย้ายสถานศึกษาได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (กรณีย้ายสถานศึกษา)

  1. เป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลที่แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ได้กำหนดสถานศึกษาสำหรับผู้นั้นไว้เป็นกรณีพิเศษหรือให้เข้าศึกษา ณ สถานศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. มีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องย้ายสถานศึกษา ยกเว้น กรณีสอบตก หรือผลการศึกษาไม่ผ่านเกณฑ์
  3. การย้ายสถานศึกษาไม่เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแนวการศึกษาให้ต่างไปจากแนวที่ ก.พ. ได้อนุมัติหรือกำหนดไว้
  4. สถานศึกษาที่ย้ายไปใหม่ต้องมีมาตรฐานด้านการศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าเดิม
  5. นักเรียนทุนของรัฐบาลที่ย้ายสถานศึกษาจะมีระยะเวลาศึกษาที่เหลือตามกรอบระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้เดิม

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (กรณีเปลี่ยนแนวการศึกษาหรือวิชาที่ศึกษา)

           “การเปลี่ยนแนวการศึกษา” หมายถึง การเปลี่ยนสาขาวิชา/หลักสูตร หรือวิชาเอก/เน้นทาง หรือรายวิชา หรือหัวข้อวิทยานิพนธ์ ตามโครงการศึกษาที่ทุนกำหนด ซึ่งมีผลกระทบต่อความต้องการ  ของส่วนราชการ กรอบการจัดสรรทุน หรือตำแหน่งที่จะบรรจุแต่งตั้ง

            การขอเปลี่ยนแนวการศึกษาหรือวิชาที่ศึกษา ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่ง และได้รับอนุมัติจากแหล่งทุนและส่วนราชการต้นสังกัดก่อน โดยนักเรียนทุนของรัฐบาลจะมีระยะเวลาศึกษาที่เหลือตามกรอบระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้เดิม

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (กรณีย้ายประเทศศึกษา)

  1. นักเรียนทุนของรัฐบาลมีผลการศึกษาดี
  2. มหาวิทยาลัยที่ตอบรับให้เข้าศึกษามีชื่อเสียงในสาขาวิชาที่ศึกษา
  3. แหล่งทุนและส่วนราชการต้นสังกัดให้ความเห็นชอบในการย้ายประเทศศึกษา

การจัดสรรค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย สามารถจำแนกได้เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง และค่าใช้จ่ายระหว่างการศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง จำนวน 220,000 บาท ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเดินทางไปศึกษา ณ ต่างประเทศ เช่น ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการสอบตามข้อกำหนดของ สถานศึกษา อาทิ IELTS TOFEL GMAT GRE ค่าสมัครสถานศึกษา ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขอวีซ่า ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินในการเดินทางไปศึกษา ค่าตรวจร่างกายและอนามัย ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าประกันการเดินทาง ค่าพาหนะ ค่าระวางขนส่งสิ่งของ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว ฯลฯ

2. ค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศ จ่ายในอัตราตามเมืองที่ศึกษา ดังนี้

  • อัตราในกรุงลอนดอน จำนวน 22,200 ปอนด์ต่อการศึกษาตลอดหลักสูตร
  • อัตรานอกกรุงลอนดอน จำนวน 19,500 ปอนด์ต่อการศึกษาตลอดหลักสูตร   

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างการศึกษาในต่างประเทศ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่าย 3 ส่วน คือ

      2.1 ค่าใช้จ่ายช่วงแรกของการเดินทางไปศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าพาหนะเดินทางระหว่างเมืองและค่าที่พัก กรณีเข้าร่วมกิจกรรมของ สนร. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม Field Trip ค่าใช้จ่ายกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ ค่าใช้จ่ายในการประชุมทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงาน/สัมมนาทางวิชาการ ฯลฯ

      2.2 ค่าใช้จ่ายเมื่อเดินทางมาศึกษาแล้ว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าพาหนะเดินทางระหว่างเมืองและค่าที่พัก กรณีเข้าร่วมกิจกรรมของ สนร. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม Field Trip ค่าใช้จ่ายกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ ค่าใช้จ่ายในการประชุมทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงาน/สัมมนาทางวิชาการ ฯลฯ

  2.3 ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าระวางขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย และค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทย ฯลฯ

การรับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4 งวด รายละเอียด ดังนี้

งวดที่ 1: ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง (ครั้งที่ 1) จำนวน 100,000 บาท จะได้รับหลังจากที่ลงนามสัญญารับทุนและพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา ซึ่งจะเบิกจ่ายโดยกลุ่มงานคลัง สำนักงาน ก.พ.

งวดที่ 2: เมื่อนักเรียนได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้วและมีตั๋วโดยสารเครื่องบินพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา นักเรียนทุนดำเนินการแจ้ง ศกศ. ว่าพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา และเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกับกลุ่มงานคลังฯ 2 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1: ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง (ครั้งที่ 2) จำนวน 120,000 บาท

– ส่วนที่ 2: ค่าใช้จ่ายช่วงแรกของการเดินทางไปศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 25 (สกุลเงินบาท) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา

งวดที่ 3: ค่าใช้จ่ายเมื่อเดินทางมาศึกษาแล้ว ในสัดส่วนร้อยละ 70  (สกุลเงินปอนด์) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา โดย สนร. อังกฤษ จะโอนเข้าบัญชีของนักเรียนทุนในช่วงปลายเดือนธันวาคม หลังจากที่ สนร. อังกฤษ ได้รับเอกสารยืนยันการลงทะเบียนศึกษา (Enrolment letter/Student status letter) จากนักเรียนทุนครบถ้วนแล้ว

งวดที่ 4: ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 5 (สกุลเงินปอนด์) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา (สกุลเงินปอนด์) โดย สนร. อังกฤษ จะโอนเข้าบัญชีของนักเรียนทุน ภายใน 10 วันทำการ หลังจากที่ สนร. อังกฤษ ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว ยกเว้นกรณี ยุติการศึกษา นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

การดำเนินการในการเตรียมตัวและแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวร

เมื่อนักเรียนทุนใกล้เสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศ จะต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรล่วงหน้า โดยเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษาแล้วให้แจ้งกำหนดวันเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. เพื่อให้ สนร. ดำเนินการโอนค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 (ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 5 สกุลเงินปอนด์) เข้าบัญชีของนักเรียนทุน ภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ สนร. ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว

แนวทางการปฎิบัติและข้อกำหนด ดังนี้

1. ตรวจสอบวันเสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศวันใดวันหนึ่งที่เป็นลำดับสุดท้ายของการศึกษา

          a.  กำหนดวันส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือ

          b.  กำหนดวันสอบเสร็จวันสุดท้าย หรือ

          c.  วันที่เสนอผลงานแล้วเสร็จ

2. ตรวจสอบว่า ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ เกินกว่า 1 ปีหรือไม่ โดย เริ่มนับจาก วันที่เดินทางออกจากประเทศไทย จนถึงวันที่ เสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศ (ตามข้อ 1)

3. ประมาณ 1-2 เดือนก่อนกำหนดการเสร็จสิ้นการศึกษา สนร. ขอแนะนำให้วางแผนวันเดินทางกลับประเทศไทยถาวรและดำเนินการซื้อตั๋วเดินทางกลับประเทศไทยล่วงหน้า โดยให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ตามระยะเวลาศึกษา ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

          – กรณีที่ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ ไม่เกิน 1 ปี ต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน 

          – กรณีที่ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ เกินกว่า 1 ปี ขึ้นไป ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน 

4. เมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา (ส่งวิทยานิพนธ์, สอบเสร็จวันสุดท้าย, เสร็จสิ้นการเสนอผลงาน) กรุณาดำเนินการแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. โดยดำเนินการตามขั้นตอน แบบคำขอที่ แบบคำขอเดินทางกลับประเทศไทยถาวร

เอกสารประกอบการพิจารณา

– สำเนาแบบคำขอที่ได้รับทางอีเมล

          – ผลการศึกษาล่าสุด (สามารถsave PDF/Print screen จากหน้า website สถานศึกษาได้)

          – หลักฐานการส่งวิทยานิพนธ์ หรือ กำหนดการนำเสนองาน (viva/Presentation) หรือ กำหนด/ตารางสอบ (กรณีที่ไม่มีวิทยานิพนธ์)

          – หน้าปกและบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ (Front page and Abstract) (กรณี ที่มีการส่งวิทยานิพนธ์)

          – สำเนาตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย

5. สนร. จะดำเนินการโอนค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 ให้ท่าน ภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ สนร. ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว ยกเว้น กรณี ยุติการศึกษา นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และอาจจะต้องคืนเงินส่วนที่รับเกินสิทธิ์ (หากมี)

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการรับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย

1. ค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายไม่ครอบคลุมถึง ค่าเงินมัดจำสถานศึกษา ค่าเล่าเรียน และค่าธรรมเนียมการศึกษา ให้เบิกจ่ายได้ตามที่สถานศึกษาเรียกเก็บ

2. อัตราค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายข้างต้น ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับทุนในระหว่างที่กำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา ณ ต่างประเทศ

3. นักเรียนทุนที่ได้รับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายแล้ว จะไม่สามารถขอเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมได้อีก

4. กรอบระยะเวลาทุนรัฐบาลของนักเรียนทุนจะกำหนดเท่ากับกรอบระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด (Course End Date) เท่านั้น หากนักเรียนทุนไม่สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศเพิ่มเติมอีก แต่สามารถขอศึกษาต่อด้วนทุนส่วนตัวได้ และจะได้รับค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษาในต่างประเทศแล้วเท่านั้น 

5. กรณีที่นักเรียนทุนได้รับอนุมัติให้ยุติการศึกษาในต่างประเทศ เช่น กรณีเจ็บป่วย กรณีกลับไปเขียนวิทยานิพนธ์ที่ประเทศไทย กรณีกลับไปสอบแก้ตัวที่ประเทศไทย ซึ่งทำให้ไม่อาจเสร็จสิ้นการศึกษาภายในระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนดได้ สนร. อังกฤษ จะคำนวณเพื่อเรียกคืนเงินค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศที่นักเรียนทุนได้รับไปเกินสิทธิ์ โดยคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องชำระคืนเป็นรายวัน นับตั้งแต่วันที่ยุติการศึกษาไปจนถึงวันที่สิ้นสุดหลักสูตร และหักค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในงวดที่ยังไม่ได้รับ

6. กรณีนักเรียนทุนปฏิบัติผิดสัญญารับทุน เช่น ถูกให้ออกจากสถานศึกษา หรือมีเหตุให้ต้องลาออกจากสถานศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา สนร. จะเรียกคืนเงินค่าใช้จ่ายรับเกินสิทธิ์จากนักเรียนทุน (กรณีมีเงินรับเกินสิทธิ์) และสำนักงาน ก.พ. จะคำนวณหนี้ทุน และเรียกให้นักเรียนทุนชดใช้หนี้ทุนตามสัญญารับทุนต่อไป

นักเรียนทุนที่อยู่ในความดูแลของ สนร. จะต้องรายงานความก้าวหน้าในการศึกษาตามระบบของ สนร. อังกฤษ 4 ครั้ง รายละเอียดตามระดับหลักสูตรที่ศึกษารายละเอียด ดังนี้

ระดับปริญญาตรี ปริญญาตรีควบโท และปริญญาโท

    1. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าเดือนมีนาคม และเดือนกันยายน* และส่งเอกสารประกอบการรายงานความก้าวหน้าในการศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล scholars@oeauk.net

   2. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าในการศึกษารูปแบบที่ 2 เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ซึ่ง สนร. จะจัดส่ง Link ให้ท่านทางอีเมลล่วงหน้าก่อนกำหนด

กรณี นักเรียนทุนระดับปริญญาโท การแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวร ถือเป็นรายงานความก้าวหน้าฯ ของเดือนกันยายน

ระดับ A-level/Foundation Programme และ ปริญญาเอก

    1. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ทางอีเมล scholars@oeauk.net

    2. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าในการศึกษารูปแบบที่ 2 เดือนมีนาคม และเดือนกันยายน ซึ่ง สนร. จะจัดส่ง Link ให้ท่านทางอีเมลล่วงหน้าก่อนกำหนด

นักเรียนทุนจะได้รับระยะเวลาการรับทุนการศึกษาตามกรอบระยะเวลาศึกษา รายละเอียดตามแต่ละระดับการศึกษา ดังนี้

ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

     กรอบระยะเวลาศึกษาเป็นไปตามระยะเวลาของหลักสูตรที่ระบุในหนังสือตอบรับหรือเอกสารประกอบการทำวีซ่า หรือหากสถานศึกษากำหนดระยะเวลาของหลักสูตรไว้เป็นช่วง (Range) กรอบระยะเวลาศึกษาเป็นไปตามระยะเวลาขั้นต่ำของหลักสูตร

ระดับปริญญาเอก

     กรอบระยะเวลาศึกษาด้วยทุนของรัฐบาล 3 ปี และสามารถขอขยายเวลาศึกษาเพิ่มได้อีก 1 ปี โดย สนร. จะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็น

     กรณีที่ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามกรอบระยะเวลาทุนของรัฐบาล นักเรียนทุนสามารถขอขยายระยะเวลาศึกษาต่อด้วยทุนส่วนตัวได้ โดย สนร. จะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็น

การดำเนินการขอขยายเวลาศึกษาและเอกสารประกอบการพิจารณา

     นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นในการขอขยายเวลาศึกษา สามารถยื่นแบบขอขยายเวลาศึกษา พร้อมกับเอกสารประกอบการพิจารณา ให้ สนร. สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วันก่อนที่ระยะเวลาการศึกษาจะครบกำหนด รายละเอียดเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้

  • แบบคำขอขยายเวลาศึกษา
  • Student Status Letter (สำหรับทุกระดับการศึกษา) สามารถขอได้จาก Student Office/ Graduate Office/ Admission Office/ Research Office ซึ่งจะระบุระยะเวลาที่เริ่มลงทะเบียนและระยะเวลาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา
  • กำหนดการแจ้งผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ (กรณีศึกษาระดับปริญญาตรี)
  • ผลการศึกษาฉบับล่าสุด หรือ จดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษา (กรณีศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท)
  • กำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ (กรณีศึกษาระดับปริญญาโท)
  • หนังสือรับรองอาจารย์ที่ปรึกษา ระบุความก้าวหน้าในการศึกษาและกำหนดเวลาที่จะสำเร็จการศึกษา (กรณีศึกษาระดับปริญญาโท by research และปริญญาเอก) (Link ไปหน้าคำขอออนไลน์)

     กรณีต้องรอส่งวิทยานิพนธ์/ส่งวิทยานิพนธ์แล้ว และจำเป็นจะต้องรอผลการตรวจวิทยานิพนธ์ หรือสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ (VIVA) โปรดระบุกำหนดการส่งงาน และระยะเวลาที่คาดการว่าจะต้องสอบ VIVA ที่ชัดเจน ส่วนกรณีที่สอบป้องกันวิทยานิพนธ์แล้ว แต่ยังไม่ผ่านหรือจำเป็นที่จะต้องแก้ไขนั้น กรุณาแจ้งกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์

     นักเรียนทุนที่ได้รับทุนการศึกษาให้ศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ปริญญาตรี-โท-เอก หรือ ปริญญาโท-เอก เมื่อสำเร็จการศึกษาในแต่ละระดับการศึกษา จะต้องดำเนินการขออนุมัติศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นกับ สนร. โดยระดับการศึกษา สาขาวิชา และแนวทางการศึกษาจะต้องเป็นไปตามโครงการที่แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด จะอนุมัติเฉพาะกรณีมีสถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาในระดับสูงขึ้นแบบไม่มีเงื่อนไข และเป็นสถานศึกษาที่ ก.พ. รับรองและสาขาวิชาสอดคล้องตามประกาศทุนหรือโครงการศึกษา

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ป็นการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามโครงการศึกษา/แนวทางศึกษาที่แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
  2. มีสถานศึกษาตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข
  3. เป็นสาขาวิชาที่สอดคล้องกับที่แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
  4. สำหรับนักเรียนทุน พสวท./สสวท. นร ทุนจะต้องมีผลการเรียนแต่ละระดับตามที่เจ้าของทุนกำหนดเพื่อศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น ดังนี้
    • ระดับปริญญาตรี ต้องมีผลการเรียน อย่างต่ำ 57.20% ในการศึกษาต่อระดับปริญญาโท
    • ระดับปริญญาโท ต้องมีผลการเรียน อย่างต่ำ 66.00% ในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก
  5. ในการเปลี่ยนระดับการศึกษา นักเรียนทุนจะต้องขอวีซ่านักเรียนใหม่ กรุณาศึกษาขั้นตอนการขอวีซ่าตามกฎ UKVI และศึกษาหลักเกณฑ์การเบิกค่าวีซ่าของ สนร. ได้จากหลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่าย (Link ไปหน้าหลักเกณฑ์ของฝ่ายการเงิน)
  6. นักเรียนทุนสามารถขอเอกสารประกอบการขอวีซ่านักเรียนได้ ขึ้นอยู่กับประเทศที่ขอวีซ่า ดังนี้
    •  สหราชอาณาจักร หรือ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ขอเอกสารรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลเพื่อใช้ประกอบการขอวีซ่านักเรียนจาก สนร.
    • ประเทศไทย ขอเอกสารรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลเพื่อใช้ประกอบการขอวีซ่านักเรียนจากสำนักงาน ก.พ.
  7. กรณีมีการย้ายเมืองที่ศึกษา เมื่อได้รับอนุมัติให้ศึกษาในระดับที่สูงขึ้นแล้วนักเรียนทุนสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินได้ที่ finance@oeauk.net หารือเรื่องค่าเดินทาง ค่าระวางขนส่งของในการย้ายสถานศึกษา และปรับฐานเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือน

เอกสารประกอบการพิจารณา

นักเรียนทุนสามารถขอหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลจาก สนร. ได้ โดยดำเนินการยื่น แบบคำขอเอกสารรับรอง ฯ ให้ สนร. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ ก่อนวันที่ต้องการเอกสารรับรองฯ สนร. จะดำเนินการออกเอกสารรับรองฯ ให้ตามจุดประสงค์ของการใช้หนังสือรับรองฯ และส่งให้นักเรียนทุนทางอีเมล

ประเภทของหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลเอกสาร/ข้อมูล ประกอบการดำเนินการ
1) ประกอบการลงทะเบียนศึกษา (บางสถานศึกษาต้องขอทุกปี กรณีที่หลักสูตรการศึกษาเกินกว่า 1 ปี)

– หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาระบุ ชื่อหลักสูตร/ วันเดือนปีที่เริ่มศึกษา

– เอกสารระบุค่าเล่าเรียน

2) ประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อ (Admission หรือ ประกอบการขอ CAS Statement จากสถานศึกษา แทนการจ่าย Deposit ค่าเล่าเรียน)

– รายละเอียดหลักสูตรที่สมัครเข้าศึกษาต่อ (Admission)

– หนังสือตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข Unconditional offer letter (ขอ CAS Statement)

3) ประกอบการต่ออายุวีซ่านักเรียนทุน UK/IE

– CAS statement (UK)

– หนังสือตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional offer)

– หนังสือประกอบการขอวีซ่าของสถานศึกษา (Ireland)

4) ประกอบการทำหนังสือเดินทางข้าราชการเล่มใหม่

– สำเนา Passport เดิม

– Student status letter หรือเอกสารที่ระบุวันที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นการศึกษา

5) ประกอบการเช่าที่อยู่อาศัย (สนร. ไม่สามารถเป็น Guarantor ในการเช่าที่อยู่อาศัยได้)– ระบุชื่อบริษัท หรือ Agency

นักเรียนทุนสามารถเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาระหว่างศึกษาได้ ในกรณีต่าง ได้แก่ การเดินทางกลับประเทศไทยชั่วคราว การเดินทางไปทัศนศึกษา การไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ อาทิ Field trip (เฉพาะกรณีไม่ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก สนร.)  โดยนักเรียนทุนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเดินทางด้วยตนเอง เช่น ค่าเดินทาง ค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ฯลฯ และจะต้องขออนุมัติการเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาในทุกกรณี โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจาก สนร. ก่อนเดินทางทุกครั้ง

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

การกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว

     “การกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว” หมายถึง การเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาและเดินทางกลับประเทศไทย การอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงที่ปิดภาคเรียน และไม่กระทบกับการเรียน รวมถึงกรณีมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่ใช่ช่วงปิดภาคการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. อนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้าน

  1. การกลับประเทศไทยของนักเรียนทุนของรัฐบาลต้องไม่ส่งผลกระทบต่อผลการเรียน ระยะเวลาศึกษา และโครงการ รวมทั้งต้องไม่ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น ไม่ขัดต่อคำสั่งหรือประกาศของสำนักงาน ก.พ. และกระทรวงการต่างประเทศ
  2. นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องรับผิดชอบค่าเดินทางไป – กลับ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการเดินทาง
  3. ได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษา ไม่เกิน 90 วัน ต่อปีปฏิทิน ( 1 ม.ค.- 31 ธ.ค.) ส่วนที่เกิน 90 วัน จะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือน
  4. การนับระยะเวลา 90 วัน จะเริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่เดินทางออกจากประเทศที่ศึกษา จนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศที่ศึกษา โดยนับระยะเวลาในการเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาทั้งหมดรวมกันตลอดปีปฏิทิน (เยี่ยมบ้านชั่วคราวและทัศนศึกษาประเทศอื่นๆ)
  5. นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเหลือระยะเวลาที่ต้องศึกษาอีกไม่น้อยกว่า ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่เดินทางกลับมาศึกษาภายหลังการกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว
  6. การกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราวและเดินทางไปทัศนศึกษานอกประเทศที่ศึกษาในคราวเดียวกัน ให้นับระยะเวลารวมกันและถือเป็นการกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว
  7. การเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราวซึ่งมิใช่ช่วงปิดภาคการศึกษา จะต้องไม่กระทบต่อการศึกษาและมีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
  8. กรณี เยี่ยมบ้านชั่วคราวและการเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์ในประเทศไทยต่อเนื่องกัน ระยะเวลาการกลับประเทศไทยชั่วคราวจะถูกนับรวมเป็นเวลาการเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์ (รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ในหัวข้อการเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์)
  9. กรณี ได้รับอนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้านและเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ต่อเนื่องกัน ให้นับเวลาทั้งสองประเภทรวมกันเป็นระยะเวลาเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์
การเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษา กรณี ไม่ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก สนร.

     การเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษาหรือการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ อาทิ Field trip ระยะเวลาการเดินทางออกนอกประเทศศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จะไม่ถูกนับรวมใน 90 วัน

  1. ไม่ส่งผลกระทบต่อผลการเรียน ระยะเวลาศึกษา และโครงการศึกษา
  2. นักเรียนทุนได้รับตอบรับให้เข้าร่วมกิจกรรม
  3. ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ที่ปรึกษา

เอกสารประกอบการพิจารณา

  1. แบบคำขอเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษา
  2. รายละเอียดกำหนดการภาคการศึกษา
  3. เอกสาร/อีเมลของอาจารย์ที่ปรึกษา (กรณี ปริญญาเอก )
  4. เอกสารแสดงการได้รับการตอบรับให้เข้าร่วมกิจกรรม/ประชุมวิชาการ
  5. เอกสาร/อีเมลของอาจารย์ที่ปรึกษาสนับสนุนการเข้าร่วมประชุมวิชาการ

เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass)

นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นในการเดินทางออกนอกประเทศศึกษา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษาโดย ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก สนร. เช่น การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การฝึกงาน เป็นต้น สนร. จะพิจารณาการเดินทางฯ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร

“ข้อบังคับหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับการศึกษาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้ากิจกรรมครบถ้วนตามจำนวนหรือระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. โปรดศึกษา หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ในแต่ละกิจกรรม เช่น การขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การขอเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การขอฝึกงาน เป็นต้น
  2. นักเรียนทุนจะต้องได้รับอนุมัติจาก สนร. ก่อนการเดินทาง ทุกครั้ง
  3. นักเรียนทุนสามารถเดินทางไปยังประเทศจุดหมายได้ล่วงหน้าไม่เกิน 1 วัน ก่อนวันที่เริ่มกิจกรรม
  4. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะต้องเดินทางออกจากประเทศที่เสร็จสิ้นภารกิจในวันถัดไป เพื่อเดินทางกลับประเทศที่ศึกษา แต่หากต้องการทัศนศึกษาในประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถขอลาเพิ่มเติมได้ ไม่เกิน 3 วัน (เดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษาภายในวันที่ 3 หลังจากกิจกรรมสิ้นสุด) เพื่อทัศนศึกษาในประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มเติม สนร. จะถือว่าเป็นการกลับประเทศไทยชั่วคราวและ/หรือทัศนศึกษาตามหลักเกณฑ์ (ไม่เกิน 90 วัน ต่อปีปฏิทิน)
  5. หากมีการลาเพิ่มหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม นักเรียนทุนจะต้องแสดงหลักฐาน อาทิ เอกสารหรืออีเมลจากอาจารย์ที่ปรึกษา/สถานศึกษา อนุมัติการลาเพิ่มเติมหลักจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ยกเว้น กรณีที่อยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษา ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานดังกล่าว
  6. ตั๋วเดินทางขาออกและขาเข้าประเทศที่ศึกษา จะต้องเป็นการเดินทางที่ไม่ออกนอกเส้นทางไปยังประเทศอื่น ยกเว้น มีความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ไม่เกิน 1 ครั้ง และเป็นการเดินทางที่ถึงประเทศจุดหมาย ภายในวันถัดไปนับจากวันที่ออกจากประเทศต้นทางที่เข้าร่วมกิจกรรม
  7. หากมีการลาเพิ่มหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม นักเรียนทุนจะสามารถเบิกค่าเดินทางได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินราคาตั๋วเดินทางของวันที่ควรจะต้องเดินทางจริง (วันถัดไปจากวันที่เสร็จสิ้นกิจกรรม)
  8. หากการเดินทางไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ระบุข้างต้น สนร. จะไม่พิจารณาอนมุติการลาเพิ่มเติม และนักเรียนทุนจะต้องเดินทางกลับภายในไม่เกิน 1 วัน นับจากเสร็จสิ้นกิจกรรม
  9. โปรดศึกษาระเบียบการเบิกจ่ายเพิ่มเติมได้ที่ หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน

ตัวอย่างสถานการณ์: นักเรียนศึกษาอยู่ ณ เมืองลอนดอน ได้รับอนุมัติให้เดินทางไป Field Trip ณ ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นข้อบังคับของหลักสูตรและขอเบิกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าที่พัก มีกำหนดการ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 68 ถึงวันที่ 15 มิ.ย 68

การพิจารณา: นักเรียนสามารถดำเนินการและเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามสถานการณ์ ดังนี้

การเดินทาง – นักเรียนสามารถเดินทางไปประเทศอิตาลีได้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 68 และสามารถเดินทางกลับถึง UK ได้ช้าสุดภายในวันที่ 18 มิ.ย. 68 โดยจะสามารถเบิกค่าเดินทาง อิตาลี-ลอนดอน ขาไป (9 มิ.ย. 68) ได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด และขากลับลอนดอน ได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด แต่ไม่เกินราคาตั๋วเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษาในวันที่ 16 มิ.ย. 68

ที่พัก –  หากนักเรียนเดินทางกลับถึง UK ในวันที่ 16 มิ.ย. 68 นักเรียนสามารถเบิกค่าที่พักได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด ในคืนวันที่ 9 – 15 มิ.ย. 68 แต่หากนักเรียนลาทัศนศึกษาหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม (15 มิ.ย. 68) และเดินทางกลับ UK ในวันที่ 18 มิ.ย. 68 นักเรียนสามารถเบิกค่าที่พักได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด ในคืนวันที่ 9 – 14 มิ.ย. 68

กรณีไม่เป็นข้อบังคับของหลักสูตร

“ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อนไขการเข้ากิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. โปรดศึกษา หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ในแต่ละกิจกรรม เช่น การขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การขอเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การขอฝึกงาน เป็นต้น
  2. นักเรียนทุนจะต้องได้รับอนุมัติจาก สนร. ก่อนการเดินทาง ทุกครั้ง
  3. นักเรียนทุนสามารถเดินทางไปยังประเทศจุดหมายได้ล่วงหน้าไม่เกิน 1 วัน ก่อนวันที่เริ่มกิจกรรม
  4. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว แต่หากต้องการทัศนศึกษาต่อ สามารถขอลาเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มเติม สนร. จะถือว่าเป็นการกลับประเทศไทยชั่วคราวและ/หรือทัศนศึกษาตามหลักเกณฑ์ (ไม่เกิน 90 วัน ต่อปีปฏิทิน)
  5. หากมีการลาเพิ่มหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม นักเรียนทุนจะต้องแสดงหลักฐาน อาทิ เอกสารหรืออีเมลจากอาจารย์ที่ปรึกษา/สถานศึกษา อนุมัติการลาเพิ่มเติมหลักจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ยกเว้น กรณีที่อยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษา ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานดังกล่าว
  6. โปรดศึกษาระเบียบการเบิกจ่ายเพิ่มเติมได้ที่ หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน

เอกสารประกอบการพิจารณา

ดำเนินการส่งแบบคำขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือ กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ กรณีขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย (Link) และเอกสารตามแต่กรณี เช่น การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การฝึกงาน เป็นต้น ให้ สนร พิจารณา

นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์นอกประเทศที่ศึกษา ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง เช่น ค่าตั๋ว ค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ฯลฯ โดยจะต้องได้รับอนุมัติการเดินทางไปเก็บข้อมูลนอกประเทศที่ศึกษาจาก สนร. ก่อน 

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

1.) นักเรียนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเอง เช่น ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ค่าวีซ่า เป็นต้น

2.) นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนช่วงที่เดินทางไปเก็บข้อมูลนอกประเทศที่ศึกษา ดังนี้

     2.1) ระดับปริญญาโท

          2.1.1) จะต้องเข้าศึกษามาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยอนุญาตให้ไปได้ 1 ครั้ง ตลอดหลักสูตร

          2.1.2) หลักสูตรการศึกษาไม่เกิน 1 ปี กำหนดให้ได้รับค่าใช้ประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 30 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 30 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราของประเทศที่เดินทางไปเก็บข้อมูล

          2.1.3) หลักสูตรการศึกษาเกิน 1 ปีขึ้นไป กำหนดให้ได้รับค่าใช้ประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 60 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 60 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราของประเทศที่เดินทางไปเก็บ

     2.2) ระดับปริญญาเอก

          2.2.1) จะต้องเข้าศึกษามาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยอนุญาตให้ไปได้รวมระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (365 วัน) ตลอดหลักสูตร

          2.2.2) กำหนดให้ได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 180 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 180 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราประเทศที่เดินทางไปเก็บข้อมูล ทั้งนี้ ยังคงได้รับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามสิทธิในอัตราประเทศที่ศึกษา เช่น ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าประกันสุขภาพ เป็นต้น

3.) หากได้รับอนุมัติให้เก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์เป็นช่วงๆ ให้นับเวลาทุกช่วงรวมกันตลอดหลักสูตร โดยเริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่เดินทางออกจากประเทศที่ศึกษาจนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศที่ศึกษา

4.) หากได้รับอนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้านและเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ต่อเนื่องกัน ให้นับเวลาทั้งสองประเภทรวมกันเป็นระยะเวลาเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์

5.) เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass)

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขออนุญาตไปเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์นอกประเทศที่ศึกษา
  • แผนงานหรือโครงการที่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการเก็บข้อมูลเพื่อประกอบการทำวิทยานิพนธ์นอกประเทศศึกษาโดยสังเขป ได้แก่ สถานที่ ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เหตุผลความจำเป็นที่ต้องไปเก็บในสถานที่จริง
  • จดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษา รับรองการให้กลับไปเก็บข้อมูลนอกประเทศที่ศึกษา
  • หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา
  • หากพื้นที่ที่ไปเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย นักเรียนต้องมีหนังสือยืนยันและรับทราบข้อมูล หรือคำแนะนำเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในประเทศหรือพื้นที่ที่จะเดินทางไปเก็บข้อมูลตามที่สำนักงาน ก.พ. หรือกระทรวงการต่างประเทศกำหนด รวมทั้งระบุว่าได้แจ้งให้ผู้ปกครองหรือ ผู้ค้ำประกันรับทราบแล้ว

นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นจะต้องเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ และประสงค์ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย จะต้องได้รับอนุมัติการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมวิชาการจาก สนร. ก่อนการเข้าร่วมประชุมฯ โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ตามกรณี ดังนี้

กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร

     “ข้อบังคับหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับการศึกษาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้ากิจกรรมครบถ้วนตามจำนวนหรือระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง 

  1. นักเรียนทุนจะต้องศึกษาด้วยทุนรัฐบาลในระหว่างเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ
  2. สามารถขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการได้ทั้งในและนอกประเทศที่ศึกษา (โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ ข้อ 8 การเดินทางออกนอกประเทศศึกษา กรณี เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพิ่มเติม)
  3. นักเรียนทุนจะต้องมีการเสนอผลงานในรูปแบบ Oral Presentation หรือ Poster
  4. สถานศึกษาไม่ได้เรียกเก็บค่าประชุมทางวิชาการจาก สนร. อยู่ก่อนแล้ว
  5. สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด ได้แก่ ค่าพาหนะเดินทางไป-กลับ ค่าลงทะเบียน ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แบบพื้นฐานเกี่ยวกับการขอวีซ่า ค่าที่พัก ทั้งนี้ การเบิกจ่ายค่าที่พักต้องไม่เกินอัตราตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางฯ กำหนด
  6. หากนักเรียนทุนได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสถานศึกษาหรือองค์กรอื่นแล้ว จะไม่สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในรายการเดียวกันได้อีก
  7. จะต้องได้รับอนุมัติการสนับสนุนค่าลงทะเบียนในการประชุมวิชาการ จาก สนร. หรือแหล่งทุนก่อนการประชุมฯ หากดำเนินการขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายหลังจากการประชุมฯ เสร็จสิ้นแล้ว จะไม่ได้รับการพิจารณาการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าว
  8. เมื่อนักเรียนทุนเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass) และดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายตามที่ได้รับอนุมัติกับฝ่ายการเงิน โดยศึกษารายละเอียดได้จาก หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน

กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร

  • แบบคำขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือ กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ กรณีขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย
  • จดหมายตอบรับการเข้าร่วมประชุมฯ จากองค์กรที่จัดการสัมมนานั้น โดยระบุช่วงเวลาการสัมมนา
  • จดหมายแสดงความเห็นชอบในการเข้าร่วมประชุมฯ จากอาจารย์ที่ปรึกษา
  • สำเนาบทความหรืองานวิจัยที่ได้รับการตอบรับให้นำเสนอผลงานในการเข้าร่วมประชุมวิชาการ
  • เอกสารชี้แจงหลักสูตรการศึกษาระบุว่าการเข้าร่วมประชุมทางวิชาการเป็นข้อบังคับของหลักสูตร
  • รายละเอียดกำหนดการการประชุมทางวิชาการ
  • กรณี ขอค่าเดินทาง ยื่นเอกสารเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน 3 สายการบิน (อัตราประหยัด)
  • กรณี ขอค่าที่พัก ยื่นเอกสารเปรียบเทียบราคาที่พัก 3 แห่ง (ไม่เกิน 3 ดาว) (อัตราประหยัด)
  • กรณี ขอค่าลงทะเบียน ยื่นเอกสารระบุค่าลงทะเบียน
  • กรณี ขอค่าวีซ่า ยื่นเอกสารระบุค่าใช้จ่ายวีซ่า
  • กรณี ขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าตรวจโรค ยื่นเอกสารข้อบังคับการตรวจโรค จากประเทศที่เข้าร่วมประชุม และรายละเอียดค่าจ่ายในการตรวจโรค

กรณีไม่เป็นข้อบังคับของหลักสูตร

     “ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อ นไขการเข้ากิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้

     นักเรียนทุนที่ประสงค์เข้าร่วมประชุมทางวิชาการ ที่มิใช่ข้อบังคับของหลักสูตร ทั้งนอกและในประเทศที่ศึกษา และประสงค์ขอเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย จะสามารถขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้เฉพาะค่าลงทะเบียนที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. นักเรียนทุนต้องศึกษาด้วยทุนรัฐบาลในระหว่างเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ
  2. นักเรียนทุนจะต้องมีการเสนอผลงานในรูปแบบ Oral Presentation หรือ Poster
  3. สถานศึกษาไม่ได้เรียกเก็บค่าประชุมทางวิชาการจาก สนร. อยู่ก่อนแล้ว
  4. การประชุมวิชาการเสนอผลงานฯ จะต้องเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา
  5. นักเรียนทุนระดับปริญญาโทและเอก สามารถขอเงินสนับสนุนค่าลงทะเบียน ได้ 1 ครั้งต่อระดับการศึกษา
  6. หากนักเรียนทุนได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสถานศึกษาหรือองค์กรอื่นแล้ว จะไม่สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในรายการเดียวกันได้อีก
  7. จะต้องได้รับอนุมัติการสนับสนุนค่าลงทะเบียนในการประชุมวิชาการ จาก สนร. หรือแหล่งทุนก่อนการประชุมฯ หากดำเนินการขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายหลังจากการประชุมฯ เสร็จสิ้นแล้ว จะไม่ได้รับการพิจารณาการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าว
  8. เมื่อนักเรียนทุนเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass) และดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายตามที่ได้รับอนุมัติกับฝ่ายการเงิน โดยศึกษารายละเอียดได้จาก หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือ กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ กรณีขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย
  • จดหมายตอบรับการเข้าร่วมประชุมฯ จากองค์กรที่จัดการสัมมนานั้น โดยระบุช่วงเวลาการสัมมนา
  • จดหมายแสดงความเห็นชอบในการเข้าร่วมประชุมฯ จากอาจารย์ที่ปรึกษา
  • สำเนาบทความหรืองานวิจัยที่ได้รับการตอบรับให้นำเสนอผลงานในการเข้าร่วมประชุมวิชาการ
  • รายละเอียดกำหนดการการประชุมทางวิชาการ
  • เอกสารระบุค่าลงทะเบียนประชุมทางวิชาการ

“กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์” หมายถึง การฝึกงาน โครงการแลกเปลี่ยน การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การทำงานวิจัย การเข้าร่วมการแข่งขันวิชาการ การเรียนวิชาหรือทักษะเพิ่มเติม ที่เป็นข้อบังคับของหลักสูตร เป็นความจำเป็น หรือ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา

กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร

“ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ครบถ้วนตามจำนวนครั้งหรือระยะเวลา ที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. นักเรียนทุนจะต้องศึกษาด้วยทุนรัฐบาลในระหว่างเข้าร่วมกิจกรรม
  2. นักเรียนทุนจะต้องได้รับอนุมัติจาก สนร. ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม
  3. สามารถขอเข้าร่วมกิจกรรม การพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  4. หากเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมฯ นอกประเทศที่ศึกษา โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ ข้อ 8 การเดินทางออกนอกประเทศศึกษา กรณี เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพิ่มเติม
  5. โปรดศึกษารายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่าย ตามแต่กรณี ได้ที่ หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลข้อ 17 กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์

เอกสารประกอบการพิจารณา

กรณีไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร

     “ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ไม่กระทบต่อระยะเวลาและแผนการศึกษาในภาพรวม
  2. เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในปัจจุบันและการกลับมาปฏิบัติราชการในอนาคต โดยแหล่งทุนหรือส่วนราชการต้นสังกัดสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาและพิจารณาเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกับแผนความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Plan) ของนักเรียนทุนของรัฐบาล
  3. ในการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ระดับละไม่เกิน 1 ครั้ง
  4. นักเรียนทุนจะต้องได้รับอนุมัติจาก สนร. ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม
  5. โปรดศึกษารายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่าย ตามแต่กรณี ได้ที่ หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลข้อ 17 กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์

เอกสารประกอบการพิจารณา

กรณีที่นักเรียนทุนประสบปัญหาระหว่างศึกษาหรือไม่สามารถศึกษาระดับการศึกษาที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง สามารถยื่นเรื่องขอพักการศึกษาชั่วคราวได้ โดย สนร. จะพิจารณาตามเหตุผลและความจำเป็น และหากนักเรียนทุนได้รับการอนุมัติให้พักการศึกษาชั่วคราว นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายใดๆในฐานะนักเรียนทุนรัฐบาล/ทุนองค์กร ในระหว่างการพักการศึกษาชั่วคราว

หลักเกณฑฺ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ไม่สามารถศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุจากปัญหาสุขภาพทางกายหรือปัญหาสุขภาพทางจิตหรือกรณีลาคลอดบุตร หรือปัญหาเกี่ยวกับการไม่มีสถานศึกษาตอบรับอย่างต่อเนื่องหรือรอสถานศึกษาเปิดภาคการศึกษาในระดับถัดไป หรือปัญหาจากการย้ายประเทศที่ศึกษา ทำให้ภาคการศึกษาของประเทศที่จะไปศึกษาไม่ตรงกัน หรือกรณีอื่น ๆ ที่เป็นเหตุให้ไม่สามารถศึกษาต่อเนื่องได้ เช่น ปัญหาด้านกฎหมาย ปัญหาข้อกำหนดของประเทศที่ไปศึกษาเกี่ยวกับคนเข้าเมือง ปัญหาวีซ่า ปัญหาการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ปัญหาสถานการณ์โรคระบาดที่มีผลกระทบในวงกว้างหลายประเทศ เป็นต้น
  2. ระยะเวลาการพักการศึกษาชั่วคราว ได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษา แล้วแต่กรณี หากนักเรียนทุนของรัฐบาลพักการศึกษาชั่วคราวเกินกว่า 1 ปี นักเรียนทุนของรัฐบาลจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยาตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. กำหนด ก่อนเดินทางกลับไปศึกษา ณ ต่างประเทศ
  3. ในกรณีที่พักการศึกษาชั่วคราวด้วยเหตุเจ็บป่วย ก่อนครบกำหนดเวลา พักการศึกษาชั่วคราวแล้วและจะขอกลับไปศึกษา นักเรียนจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยาตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. กำหนด ก่อนเดินทางกลับไปศึกษา ณ ต่างประเทศ เพื่อให้ความเห็นว่าสามารถกลับไปศึกษาต่อได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการศึกษาและการดำเนินชีวิตของนักเรียนในต่างประเทศ

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขอพักการศึกษาชั่วคราว
  • Student status letter (กรณี มีปัญหาด้านการศึกษาและด้านสุขภาพ)
  • เอกสารอาจารย์ที่ปรึกษา หรือเอกสารสถานศึกษา (กรณี มีปัญหาด้านการศึกษาและด้านสุขภาพ)
  • เอกสารทางการแพทย์ (กรณี มีปัญหาสุขภาพ)
  • ผลการเรียนระดับปัจจุบัน (กรณี มีปัญหาด้านการศึกษาและรอศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น)
  • เอกสารตอบรับ/ปฏิเสธ จากสถานศึกษา, Conditional offer (หากมี), Unconditional offer (หากมี), CAS statement (หากมี) (กรณี รอศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น)
  • กรณี ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก Research Proposal, Project approval form (หากมี)

นักเรียนทุนที่ประสงค์ขออยู่ฝึกอบรม/ฝึกงาน/ดูงานต่อหลังจากสำเร็จการศึกษา จะต้องยื่นเรื่องต่อ สนร. ก่อนสำเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่า 60 วัน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะอยู่ฝึกอบรมหรือดูงานได้ และจะต้องฝึกอบรม/ฝึกงาน/ดูงาน ตามที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระยะเวลา สถานที่ หรือแนวการฝึกอบรมวิจัย/ฝึกงาน ที่ต่างไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงก่อน

การฝึกอบรมวิจัยหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. เป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
  2. เป็นการทำวิจัยหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Post-Doctoral)
  3. ประโยชน์ที่ทางราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัดจะได้รับจากการทำวิจัย
  4. ระยะเวลาที่อยู่ทำวิจัยไม่เกิน 2 ปี หรือตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
  5. แหล่งทุนหรือส่วนราชการต้นสังกัดให้ความเห็นชอบ
  6. สำหรับค่าใช้จ่ายหลังสำเร็จการศึกษา ได้แก่ ค่าระวางขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย เหมาจ่าย 450 USD และค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทย นักเรียนต้องขอเบิกจ่ายกับแหล่งทุนเมื่อเสร็จสิ้น Post-Doctoral และเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขอดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ระบุแจ้งความประสงค์ขอฝึกอบรมวิจัย Post-Doctoral
  • จดหมายตอบรับการฝึกอบรมวิจัย Post-Doctoral จากหน่วยวิจัยหรือสถานศึกษา
  • รายละเอียดของโครงการวิจัย ขอบเขตระยะเวลาที่แน่ชัดในการขออยู่ทำวิจัย
  • เอกสารจากอาจารย์ที่ปรึกษาระบุความก้าวหน้าทางการศึกษาปัจจุบัน และระยะเวลาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา
  • หนังสือแสดงการสนับสนุนจากส่วนราชการต้นสังกัด/แหล่งทุน ให้ฝึกอบรมวิจัย Post-Doctoral หลังจากสำเร็จการศึกษา

การฝึกงานหลังสำเร็จการศึกษา 

“ฝึกงาน” หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการในการเพิ่มทักษะหรือประสบการณ์ จากการได้เข้าปฏิบัติจริง เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการการทำงาน ความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ และสามารถนำกลับมาใช้ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการและประเทศชาติ

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. เป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลที่เสร็จสิ้นการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาตามโครงการที่ราชการกำหนดภายในกรอบระยะเวลาศึกษาด้วยทุนรัฐบาลเท่านั้น
  2. มีสถานที่ฝึกงานตอบรับต่อเนื่องหลังจากเสร็จสิ้นการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาตามโครงการที่ราชการกำหนด โดยระบุเวลาชัดเจนและมีโครงการฝึกงานจากสถานที่ฝึกงาน
  3. แหล่งทุนหรือส่วนราชการต้นสังกัดสนับสนุนให้ฝึกงาน โดยพิจารณาเห็นว่ามีความสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของส่วนราชการและตำแหน่งงานเมื่อกลับมาปฏิบัติราชการ
  4. ต้องเป็นการฝึกงานในประเทศที่ศึกษาเท่านั้น
  5. ระยะเวลาฝึกงานไม่เกิน 3 เดือน
  6. กรณี ได้รับอนุมัติให้ฝึกงานหลังสำเร็จการศึกษาด้วยทุนรัฐบาล และไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการฝึกงาน นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราเมืองของสถานที่ฝึกงานตั้งอยู่ในประเทศที่ศึกษา ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
  7. กรณี ได้รับอนุมัติให้ฝึกงานภายหลังสำเร็จการศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกงานแล้ว ต้องเดินทางกลับประเทศไทยและรายงานตัวกับหน่วยงานต้นสังกัดภายใน 5 วัน

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขอดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ระบุแจ้งความประสงค์ขอฝึกงาน
  • เอกสารการตอบรับให้ฝึกงานต่อเนื่องหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือเสร็จสิ้นการศึกษาจากสถานที่ฝึกงาน รายละเอียดโครงการฝึกอบรมวิจัย/ฝึกงาน
  • รายละเอียดโครงการฝึกงาน ค่าตอบแทน และระยะเวลาการฝึกงาน
  • ผลการศึกษาฉบับล่าสุด
  • เอกสารระบุระยะเวลาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา
  • หนังสือแสดงการสนับสนุนจากส่วนราชการต้นสังกัด/แหล่งทุน ให้ฝึกงานหลังจากสำเร็จการศึกษา

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

1. นักเรียนทุนยื่นแบบแสดงความจำนงเลือกหน่วยงาน ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาประมาณ 6 เดือน และนำส่งหนังสือแสดงความจำนงฯ ถึง สนร. หรือ สกพ. โดย ก.พ. ได้กำหนดแนวทางการพิจารณาหน่วยงานเพื่อชดใช้ทุนไว้ ดังนี้

     1.1 จะพิจารณาให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในส่วนราชการที่เป็นกระทรวง/กรม เป็นอันดับแรก โดยนักเรียนทุนกลางจะต้องระบุกระทรวง/กรม ที่ประสงค์จะไปชดใช้ทุนอย่างน้อย 1 แห่ง

     1.2 สำหรับหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่กระทรวง/กรม จะพิจารณาจากหลักการประเภทหน่วยงานของรัฐในกำกับของฝ่ายบริหารของสำนักงาน ก.พ.ร. และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนี้

          1.2.1 เป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้งบประมาณของรัฐ และไม่แสวงหากำไร/รายได้ รวมทั้งต้องมีภารกิจต่อเนื่อง

          1.2.2 กรอบหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ/หน่วยงานของศาล หรือหน่วยงานในกำกับของรัฐ/องค์การมหาชน หรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

     1.3 กำหนดเกณฑ์ที่จะจัดสรรรนักเรียนทุนกลางไปปฏิบัติงานยังหน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือองค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา ดังนี้

          1.3.1 สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทภารกิจของกระทรวง/กรม เช่น สาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน ฯลฯ หรือ

          1.3.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

          1.3.3 หน่วยงานของรัฐมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งและขอให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาเป็นการเฉพาะราย และสำนักงาน ก.พ. พิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อประเทศชาติ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและตัวนักเรียนทุน เช่น กรณีสถาบันการศึกษามีความต้องการนักเรียนทุนที่ศึกษากฎหมายจีน

2. สำนักงาน ก.พ. จะพิจารณาจัดสรรนักเรียนทุนกลางให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนยังส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีความประสงค์และตำแหน่งว่างพร้อมที่จะบรรจุนักเรียนทุน (ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานที่ไม่อยู่ในกรอบการจัดสรรของสำนักงาน ก.พ. ที่จะให้นักเรียนทุนกลางไปปฏิบัติงานชดใช้ทุน) โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนจำนวนกำลังคนในสาขาวิชาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันที่มีอยู่แล้วในส่วนราชการนั้น และการใช้ประโยชน์จากนักเรียนทุน รวมทั้งความสอดคล้องกับนโยบายและแผนการจัดสรรทุนของรัฐบาลที่ ก.พ. กำหนด และนโยบายและแผนงาน ที่กระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐกำหนด

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • หนังสือแสดงความจำนงฯ (Link)
  • สำเนาหลักฐานการศึกษาปัจจุบัน เช่น ใบปริญญาบัตร Transcript of records
  • หนังสือรับรองของสถาบันการศึกษาว่ากำลังศึกษาในระดับใด
  • บทคัดย่อวิทยานิพนธ์ หรือ research proposal (หากมี)
  • ประวัติส่วนบุคคล (Resume) เช่น ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ฝึกอบรม/ดูงาน ความสามารถพิเศษ
  • เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณารับเข้าปฏิบัติงาน (หากมี)

***เอกสารการศึกษาที่ไม่เป็นภาษาอังกฤษขอให้นักเรียนแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย***

นักเรียนทุนที่ประสงค์รับทุนการศึกษาจากหน่วยงานอื่นหรือจากสถานศึกษา ต้องดำเนินการขออนุมัติการรับทุนอื่นกับ สนร. ก่อนการตอบตกลงรับทุนอื่น ๆ

หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ทุนที่รับไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุน
  2. ไม่กระทบต่อแผนการศึกษา
  3. นักเรียนทุนของรัฐบาลงดรับทุนรัฐบาลทั้งจำนวนไม่ได้
  4. นักเรียนทุนสามารถของดรับค่าเล่าเรียนจากราชการได้ โดยจะต้องรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามระเบียบของราชการ เพื่อให้มีผลผูกพันตามสัญญา
  5. หากทุนการศึกษาเป็นการยกเว้นค่าเล่าเรียนหรือเป็นการมอบส่วนลดค่าเล่าเรียน โดยนักเรียนทุนได้รับเงินทุนดังกล่าว นักเรียนทุนจะต้องส่งเงินส่วนนั้นให้แก่ สนร.

เอกสารประกอบการพิจารณา

เมื่อนักเรียนทุนใกล้เสร็จสิ้นการศึกษาหรือประสงค์ยุติการศึกษา ณ ต่างประเทศ นักเรียนทุนต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎที่ราชการกำหนดไว้ และดำเนินการแจ้งกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. รวมทั้งขอเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเงินของ สนร. ก่อนการเดินทางกลับประเทศไทย

การวางแผนเดินทางกลับประเทศไทยถาวร กรุณาตรวจสอบความถูกต้องของวันเดินทางให้เป็นไปตามกฎระเบียบ หากมีข้อสงสัย กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ สนร. ก่อนการจองตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย (ทั้งกรณี จองตั๋วเดินทางกับ สนร. และจองด้วยตนเอง) ทั้งนี้ นักเรียนทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการจองตั๋วเดินทางและการขอเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้ที่ หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน (ข้อ 11-13  ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร)

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดูงาน ณ ต่างประเทศ กำหนดระยะเวลาในการเดินทางกลับประเทศไทยและรายงานตัวภาย ดังนี้

     1.) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรมเกิน 1 ปี

     2). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรม เกิน 6 เดือน

     3). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรม ไม่เกิน 6 เดือน

     4). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปดูงาน

การแจ้งการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร กรณีเสร็จสิ้นการศึกษา ให้เป็นไปตามระบียบที่กำหนดไว้ ดังนี้

1. ระดับปริญญาตรี: ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน นับถัดจากวันที่ทราบผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ

เอกสารประกอบการพิจารณา

2. ระดับปริญญาโท: กรณีที่ ศึกษา ไม่เกิน 1 ปี ต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน  และ กรณีที่ศึกษาเกินกว่า 1 ปี ขึ้นไป ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน 

การพิจารณาว่าศึกษาเกินกว่า 1 ปีหรือไม่ ให้เริ่มนับจาก วันที่เดินทางออกจากประเทศไทยจนถึงวันที่ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือวันสอบเสร็จ หรือวันที่เสนอผลงานเสร็จ วันใดวันหนึ่งที่เป็นลำดับสุดท้าย (ไม่ใช่วันสิ้นสุดของหลักสูตรที่ระบุใน Offer Letter หรือกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ที่ระบุในเอกสารของหลักสูตร)

ตัวอย่างสถานการณ์: นักเรียนระดับปริญญาโท เดินทางมาศึกษา ณ สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 67 มีกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ภายในวันที่ 5 ก.ย. 68 และนักเรียนได้ส่งวิทยานิพนธ์ในวันที่ 4 ก.ย. 68

การพิจารณา: ข้อเท็จจริงจากสถานการณ์ นักเรียนสามารถดำเนินการตามระเบียบ ดังนี้

     – นักเรียนศึกษาในประเทศที่ศึกษา ไม่เกิน 1 ปี (20 ก.ย. 67 – 4 ก.ย. 68) ดังนั้น ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน

     – นักเรียนต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพราะฉะนั้น ภายในวันที่ 5 ส.ค. 68 ควรทราบแผนการเดินทาง หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ สนร. ในการวางแผนดังกล่าว

     – นักเรียนส่งวิทยานิพนธ์ในวันที่ 4 ก.ย. 68 และต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน ดังนั้น จะต้องรายงานตัวฯ ภายในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. 68 ซึ่งเป็นวันที่ราชการหนุดทำการ ดังนั้น นักเรียนจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน เพื่อให้สามารถรายงานตัวได้อย่างช้าที่สุดภายในวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. 68  

เอกสารประกอบการพิจารณา

  • แบบคำขอแจ้งการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร
  • ผลการศึกษาล่าสุด (สามารถ save PDF/Print screen จากหน้า website สถานศึกษาได้)
  • หลักฐานการส่งวิทยานิพนธ์ หรือ กำหนดการนำเสนองาน (viva/Presentation) หรือ กำหนด/ตารางสอบ (กรณีที่ไม่มีวิทยานิพนธ์)
  • หน้าปกและบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ (Front page and Abstract) (กรณี ที่มีการส่งวิทยานิพนธ์)
  • สำเนาตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย(กรณี ไม่ได้จองตั๋วฯ กับ สนร.)

3. ระดับปริญญาเอก: สำหรับนักเรียนทุนที่ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือ สอบผ่าน viva แก้ไขไม่เกิน 6 เดือน และประสงค์กลับไปแก้ไขวิทยานิพนธ์ที่ประเทศไทย

ในกรณีที่นักเรียนทุนสอบผ่าน viva โดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขวิทยานิพนธ์ หรือหากต้องแก้ไข ให้ถือวันส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ เป็นวันเสร็จสิ้นการศึกษา และนักเรียนทุนจะต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน นับถัดจากวันเสร็จสิ้นการศึกษา

เอกสารประกอบการพิจารณา

การแจ้งการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร กรณียุติการศึกษา

กรุณาติดต่อฝ่ายการศึกษาเพื่อวางแผนวันเดินทางและดำเนินการขอยุติการศึกษาใน กรณี ดังต่อไปนี้

      1). ระดับปริญญาตรี: เดินทางกลับประเทศไทยถาวรก่อนทราบผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ (Provisional Result)

      2). ระดับปริญญาโท: เดินทางกลับประเทศไทยถาวรก่อนส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือวันสอบวันสุดท้าย หรือเสนอผลงานวันสุดท้าย

      3). ระดับปริญญาเอก: ยังมิได้ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับร่าง หรือยังมิได้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ หรือมีผลการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ต้องแก้ไขเกินกว่า 6 เดือน

      4).ไม่ประสงค์ศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ

      5). กรณีที่ สนร. พิจารณาแล้วเห็นว่านักเรียนทุนอาจไม่สามารถศึกษาต่อได้ตามที่ทุนกำหนด เช่น มีปัญหาสุขภาพทางกายหรือปัญหาสุขภาพทางจิต ใช้ระยะเวลาศึกษาเกินกว่าที่ราชการกำหนด หรือไม่อาจสำเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่มีความก้าวหน้าทางการศึกษาตามที่กำหนด ไม่มีสถานศึกษาตอบรับอย่างต่อเนื่อง หรือรอสถานศึกษาเปิดภาคการศึกษาในระดับถัดไป เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษา ประพฤติผิดสัญญารับทุน หรือผิดข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษาฯ สนร. จะพิจารณาให้นักเรียนทุนยุติการศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำขอจากนักเรียนทุน

เอกสารประกอบการพิจารณา

  1. แบบคำขอแจ้งการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร
  2. เอกสารอาจารย์ที่ปรึกษา แจ้งกำหนดการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์โดยคร่าว /กำหนดการส่งฉบับร่าง/ กำหนดการแก้ไขวิทยานิพนธ์ เกิน 6 เดือน
  3. เอกสารยืนยันการส่งวิทยานิพนธ์ฉบับร่าง (หากมี)
  4. สำเนาหน้าปกและบทคัดย่อวิทยานิพนธ์
  5. เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การรายงานตัวกับสำนักงาน ก.พ.

นักเรียนทุนของรัฐบาลจะต้องรีบรายงานตัวต่อสำนักงาน ก.พ. (ศกศ.) ในโอกาสแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย โดยส่งหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม จากสถานศึกษา เช่น ประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองว่าสำเร็จการศึกษาหรือการฝึกอบรม หรือหนังสือรับรองจากคณะกรรมการมหาวิทยาลัยหรืออาจารย์ที่ปรึกษาว่าสอบผ่านวิทยานิพนธ์หรือส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์แล้วหรือสำเร็จการฝึกอบรมโดยสมบูรณ์แล้ว และตั๋วโดยสารเครื่องบิน ฯลฯ

การรายงานตัวกับต้นสังกัด

นักเรียนทุนของรัฐบาลที่มีสถานะเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทาง    ที่ปฏิบัติงานในสังกัดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะต้องรายงานตัวกับต้นสังกัดภายในวันถัดจากวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย สำหรับนักเรียนทุนของรัฐบาลที่มีสถานะเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทางที่ปฏิบัติงาน ณ ต่างจังหวัด จะต้องรายงานตัวกับต้นสังกัดไม่เกิน ๒ วัน นับจากวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย

การดำเนินการส่งตัวเข้าปฏิบัติราชการ

เมื่อสำนักงาน ก.พ. ได้รับแบบรายงานตัวและเอกสารครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ทุน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

     1. ในกรณีที่นักเรียนทุนของรัฐบาลที่สำเร็จการศึกษา มีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทางสามารถออกหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ในหน่วยงานต้นสังกัดได้ทันที

     2. ในกรณีที่นักเรียนทุนของรัฐบาลยังไม่ได้เป็นบุคลากรภาครัฐ

          – กรณี นักเรียนทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องส่งเอกสารสำเร็จการศึกษา (ปริญญาบัตร, Transcript ซึ่งระบุวันสำเร็จการศึกษา และมีผลคะแนนครบทุกวิชา) ให้สำนักงาน ก.พ. และได้รับการพิจารณาคุณวุฒิว่าตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งก่อน สำนักงาน ก.พ. จึงจะมีหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในหน่วยงานต้นสังกัด

          – กรณี นักเรียนทุนของรัฐบาล (ทุนอื่น ๆ) นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องส่งเอกสารสำเร็จการศึกษาให้สำนักงาน ก.พ. ก่อน จึงจะออกหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในหน่วยงานต้นสังกัด

“การลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล” หมายถึง การยุติสัญญาการรับทุน การขอบอกเลิกสัญญาการรับทุนของรัฐบาล การขอสละสิทธิการรับทุน หรือลาออกระหว่างการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามสัญญาการรับทุนของรัฐบาล แล้วแต่กรณี

          1. สำนักงาน ก.พ. หรือแหล่งทุน รับทราบการลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล

          2. การชดใช้เงิน ผู้รับทุนต้องปฏิบัติตามสัญญาการรับทุนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นักเรียนทุนสามารถดำเนินการยื่นคำขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลต่อสำนักงาน ก.พ. หรือ สนร. โดยสำนักงาน ก.พ. จะมีหนังสือแจ้งให้แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดคู่สัญญาพิจารณาคำขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล โดยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ และให้แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดคู่สัญญาดำเนินการคำนวณระยะเวลาชดใช้ทุน รวมทั้งเงินทุนที่ต้องชดใช้คืนให้กับทางราชการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

โปรดติดต่อ สนร. หรือ สำนักงาน ก.พ. หรือ หน่วยงานต้นสังกัดเจ้าของทุน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก

นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องปฏิบัติตนตามข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษาควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศอย่างเคร่งครับ

การดำเนินการทางวินัย

สำนักงาน ก.พ. หรือ สนร. จะดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนทุนของรัฐบาล หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า นักเรียนทุนของรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษา ควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ใน ความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ

การอุทธรณ์คำสั่ง

กรณีนักเรียนทุนของรัฐบาลมีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์คำสั่งของสำนักงาน ก.พ.ให้ดำเนินการยื่นคำอุทธรณ์เป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อสำนักงาน ก.พ. ทั้งนี้ การอุทธรณ์ดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

Updated  Feb 26, 2026