นักเรียนทุนที่ศึกษาในสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ควรศึกษาหลักเกณฑ์การศึกษาสำหรับนักเรียนทุน (ด้านล่าง) โดยละเอียดก่อนการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาและการดำเนินชีวิตระหว่างศึกษาในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด หากมีความไม่ชัดเจนในรายละเอียดประการใด หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อฝ่ายการศึกษา สนร. อังกฤษ ก่อนการดำเนินการ
ด้วยความปรารถนาดี
สนร.อังกฤษ
นักเรียนทุนสามารถกดลิงค์เพื่อกรอกแบบคำขอด้านการศึกษาได้ โดยขอให้ศึกษาหลักเกณฑ์การศึกษาสำหรับนักเรียนทุน (ด้านล่าง) ให้ชัดเจนก่อนแล้วจึงกรอกข้อมูล เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง
สำหรับนักเรียนทุนที่เดินทางมาศึกษา ณ สหราชอาณาจักร หรือสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เมื่อเดินทางถึงประเทศที่ศึกษาแล้ว กรุณาจัดส่งเอกสารรายงานตัวให้ สนร. ทางอีเมล scholars@oeauk.net หรือสามารถรายงานตัวด้วยตนเองที่ สนร. อังกฤษ (Office of Educational Affairs, The Royal Thai Embassy (OEA), 28 Princes Gate, London, SW7 1PT) ในโอกาสแรกที่จะทำได้ เพื่อให้ สนร. สามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ เช่น การชำระค่าเล่าเรียน การโอนค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยขอให้ส่งเอกสารประกอบรายงานตัวลงทะเบียนตามรายละเอียดด้านล่างนี้
เอกสารประกอบการรายงานตัวลงทะเบียนในระบบของ สนร.
เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา ได้รับเอกสารรายงานตัวนักเรียนทุนใหม่และเอกสารประกอบแล้ว จะดำเนินการลงทะเบียนนักเรียนทุนใหม่ในระบบของ สนร. และจะแจ้งรหัสประจำตัว พร้อมรายละเอียดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้นักเรียนทุนทราบทางอีเมล
หากนักเรียนทุนหรือต้นสังกัด ได้จ่ายเงินมัดจำค่าเล่าเรียน (Deposit) หรือค่าเล่าเรียนให้กับสถานศึกษาโดยตรงแล้ว โปรดยืนยันรายละเอียดให้ สนร. ทราบ เพื่อการดำเนินการที่ถูกต้องต่อไป
ในกรณีที่สถานศึกษาต้องการหนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนทุน สนร. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองทางการเงิน (Financial Guarantee Letter) เพื่อให้ นทร. นำไปยื่นแก่มหาวิทยาลัยประกอบการลงทะเบียนเรียน และมหาวิทยาลัยจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนมาที่ สนร. โดยตรง กรณี ศึกษาหลักสูตรที่มีระยะเวลาศึกษาเกินกว่า 1 ปี สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ สนร. เพื่อขอเอกสารรับรองดังกล่าว ประกอบการลงทะเบียนศึกษาในแต่ละปีการศึกษา
กรณีที่ ศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษก่อนเริ่มศึกษาหลักสูตรหลัก เมื่อสอบผ่านหลักสูตรดังกล่าวแล้ว โปรดส่งผลการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ พร้อมกับดำเนินการขอ Financial guarantee Letter สำหรับหลักสูตรหลัก โดยการกรอกแบบคำขอรับรองสถานภาพนักเรียนทุนรัฐบาล พร้อมแนบเอกสาร Unconditional Offer ที่ระบุค่าเล่าเรียน สนร. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองทางการเงิน (Financial Guarantee Letter) ให้ เพื่อนำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนมาที่ สนร. โดยตรง (กรณีที่ต้องขอวีซ่าใหม่ ให้เลือกขอเอกสารรับรองให้การขอวีซ่าในแบบคำร้องเดียวกัน พร้อมแนบเอกสาร CAS Statement และ Unconditional offer)
นักเรียนทุนจะต้องลงทะเบียนศึกษาแบบเต็มเวลา (Full Time) โดยดำเนินการ ดังนี้
หากมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงแนวการศึกษา ย้ายสถานศึกษา หรือย้ายประเทศศึกษา กรุณาหารือกับเจ้าหน้าที่ สนร. โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็น เจ้าหน้าที่ สนร. จะแนะนำขั้นตอนการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามระเบียบ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงแนวการศึกษาหรือย้ายสถานศึกษาได้
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (กรณีย้ายสถานศึกษา)
“การเปลี่ยนแนวการศึกษา” หมายถึง การเปลี่ยนสาขาวิชา/หลักสูตร หรือวิชาเอก/เน้นทาง หรือรายวิชา หรือหัวข้อวิทยานิพนธ์ ตามโครงการศึกษาที่ทุนกำหนด ซึ่งมีผลกระทบต่อความต้องการ ของส่วนราชการ กรอบการจัดสรรทุน หรือตำแหน่งที่จะบรรจุแต่งตั้ง
การขอเปลี่ยนแนวการศึกษาหรือวิชาที่ศึกษา ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่ง และได้รับอนุมัติจากแหล่งทุนและส่วนราชการต้นสังกัดก่อน โดยนักเรียนทุนของรัฐบาลจะมีระยะเวลาศึกษาที่เหลือตามกรอบระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้เดิม
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (กรณีย้ายประเทศศึกษา)
การจัดสรรค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย สามารถจำแนกได้เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง และค่าใช้จ่ายระหว่างการศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง จำนวน 220,000 บาท ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเดินทางไปศึกษา ณ ต่างประเทศ เช่น ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการสอบตามข้อกำหนดของ สถานศึกษา อาทิ IELTS TOFEL GMAT GRE ค่าสมัครสถานศึกษา ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขอวีซ่า ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินในการเดินทางไปศึกษา ค่าตรวจร่างกายและอนามัย ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าประกันการเดินทาง ค่าพาหนะ ค่าระวางขนส่งสิ่งของ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว ฯลฯ
2. ค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศ จ่ายในอัตราตามเมืองที่ศึกษา ดังนี้
ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างการศึกษาในต่างประเทศ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่าย 3 ส่วน คือ
2.1 ค่าใช้จ่ายช่วงแรกของการเดินทางไปศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าพาหนะเดินทางระหว่างเมืองและค่าที่พัก กรณีเข้าร่วมกิจกรรมของ สนร. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม Field Trip ค่าใช้จ่ายกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ ค่าใช้จ่ายในการประชุมทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงาน/สัมมนาทางวิชาการ ฯลฯ
2.2 ค่าใช้จ่ายเมื่อเดินทางมาศึกษาแล้ว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าพาหนะเดินทางระหว่างเมืองและค่าที่พัก กรณีเข้าร่วมกิจกรรมของ สนร. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม Field Trip ค่าใช้จ่ายกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ ค่าใช้จ่ายในการประชุมทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงาน/สัมมนาทางวิชาการ ฯลฯ
2.3 ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าระวางขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทย และค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทย ฯลฯ

การรับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4 งวด รายละเอียด ดังนี้
งวดที่ 1: ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง (ครั้งที่ 1) จำนวน 100,000 บาท จะได้รับหลังจากที่ลงนามสัญญารับทุนและพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา ซึ่งจะเบิกจ่ายโดยกลุ่มงานคลัง สำนักงาน ก.พ.
งวดที่ 2: เมื่อนักเรียนได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้วและมีตั๋วโดยสารเครื่องบินพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา นักเรียนทุนดำเนินการแจ้ง ศกศ. ว่าพร้อมที่จะเดินทางไปศึกษา และเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกับกลุ่มงานคลังฯ 2 ส่วน ดังนี้
– ส่วนที่ 1: ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง (ครั้งที่ 2) จำนวน 120,000 บาท
– ส่วนที่ 2: ค่าใช้จ่ายช่วงแรกของการเดินทางไปศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 25 (สกุลเงินบาท) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา
งวดที่ 3: ค่าใช้จ่ายเมื่อเดินทางมาศึกษาแล้ว ในสัดส่วนร้อยละ 70 (สกุลเงินปอนด์) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา โดย สนร. อังกฤษ จะโอนเข้าบัญชีของนักเรียนทุนในช่วงปลายเดือนธันวาคม หลังจากที่ สนร. อังกฤษ ได้รับเอกสารยืนยันการลงทะเบียนศึกษา (Enrolment letter/Student status letter) จากนักเรียนทุนครบถ้วนแล้ว
งวดที่ 4: ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 5 (สกุลเงินปอนด์) ของค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในอัตราตามเมืองที่ศึกษา (สกุลเงินปอนด์) โดย สนร. อังกฤษ จะโอนเข้าบัญชีของนักเรียนทุน ภายใน 10 วันทำการ หลังจากที่ สนร. อังกฤษ ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว ยกเว้นกรณี ยุติการศึกษา นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

การดำเนินการในการเตรียมตัวและแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวร
เมื่อนักเรียนทุนใกล้เสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศ จะต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรล่วงหน้า โดยเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษาแล้วให้แจ้งกำหนดวันเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. เพื่อให้ สนร. ดำเนินการโอนค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 (ค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา ในสัดส่วนร้อยละ 5 สกุลเงินปอนด์) เข้าบัญชีของนักเรียนทุน ภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ สนร. ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว
แนวทางการปฎิบัติและข้อกำหนด ดังนี้
1. ตรวจสอบวันเสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศวันใดวันหนึ่งที่เป็นลำดับสุดท้ายของการศึกษา
a. กำหนดวันส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือ
b. กำหนดวันสอบเสร็จวันสุดท้าย หรือ
c. วันที่เสนอผลงานแล้วเสร็จ
2. ตรวจสอบว่า ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ เกินกว่า 1 ปีหรือไม่ โดย เริ่มนับจาก วันที่เดินทางออกจากประเทศไทย จนถึงวันที่ เสร็จสิ้นการศึกษา ณ ต่างประเทศ (ตามข้อ 1)
3. ประมาณ 1-2 เดือนก่อนกำหนดการเสร็จสิ้นการศึกษา สนร. ขอแนะนำให้วางแผนวันเดินทางกลับประเทศไทยถาวรและดำเนินการซื้อตั๋วเดินทางกลับประเทศไทยล่วงหน้า โดยให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ตามระยะเวลาศึกษา ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้
– กรณีที่ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ ไม่เกิน 1 ปี ต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน
– กรณีที่ระยะเวลาศึกษา ณ ต่างประเทศ เกินกว่า 1 ปี ขึ้นไป ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน
4. เมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา (ส่งวิทยานิพนธ์, สอบเสร็จวันสุดท้าย, เสร็จสิ้นการเสนอผลงาน) กรุณาดำเนินการแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. โดยดำเนินการตามขั้นตอน แบบคำขอที่ แบบคำขอเดินทางกลับประเทศไทยถาวร
เอกสารประกอบการพิจารณา
– สำเนาแบบคำขอที่ได้รับทางอีเมล
– ผลการศึกษาล่าสุด (สามารถsave PDF/Print screen จากหน้า website สถานศึกษาได้)
– หลักฐานการส่งวิทยานิพนธ์ หรือ กำหนดการนำเสนองาน (viva/Presentation) หรือ กำหนด/ตารางสอบ (กรณีที่ไม่มีวิทยานิพนธ์)
– หน้าปกและบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ (Front page and Abstract) (กรณี ที่มีการส่งวิทยานิพนธ์)
– สำเนาตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย
5. สนร. จะดำเนินการโอนค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 ให้ท่าน ภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ สนร. ได้รับเอกสารแจ้งเสร็จสิ้นการศึกษาครบถ้วนแล้ว ยกเว้น กรณี ยุติการศึกษา นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และอาจจะต้องคืนเงินส่วนที่รับเกินสิทธิ์ (หากมี)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการรับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย
1. ค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายไม่ครอบคลุมถึง ค่าเงินมัดจำสถานศึกษา ค่าเล่าเรียน และค่าธรรมเนียมการศึกษา ให้เบิกจ่ายได้ตามที่สถานศึกษาเรียกเก็บ
2. อัตราค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายข้างต้น ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับทุนในระหว่างที่กำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา ณ ต่างประเทศ
3. นักเรียนทุนที่ได้รับค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายแล้ว จะไม่สามารถขอเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมได้อีก
4. กรอบระยะเวลาทุนรัฐบาลของนักเรียนทุนจะกำหนดเท่ากับกรอบระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด (Course End Date) เท่านั้น หากนักเรียนทุนไม่สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศเพิ่มเติมอีก แต่สามารถขอศึกษาต่อด้วนทุนส่วนตัวได้ และจะได้รับค่าใช้จ่ายงวดที่ 4 ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการศึกษาในต่างประเทศแล้วเท่านั้น
5. กรณีที่นักเรียนทุนได้รับอนุมัติให้ยุติการศึกษาในต่างประเทศ เช่น กรณีเจ็บป่วย กรณีกลับไปเขียนวิทยานิพนธ์ที่ประเทศไทย กรณีกลับไปสอบแก้ตัวที่ประเทศไทย ซึ่งทำให้ไม่อาจเสร็จสิ้นการศึกษาภายในระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนดได้ สนร. อังกฤษ จะคำนวณเพื่อเรียกคืนเงินค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศที่นักเรียนทุนได้รับไปเกินสิทธิ์ โดยคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องชำระคืนเป็นรายวัน นับตั้งแต่วันที่ยุติการศึกษาไปจนถึงวันที่สิ้นสุดหลักสูตร และหักค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศในงวดที่ยังไม่ได้รับ
6. กรณีนักเรียนทุนปฏิบัติผิดสัญญารับทุน เช่น ถูกให้ออกจากสถานศึกษา หรือมีเหตุให้ต้องลาออกจากสถานศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา สนร. จะเรียกคืนเงินค่าใช้จ่ายรับเกินสิทธิ์จากนักเรียนทุน (กรณีมีเงินรับเกินสิทธิ์) และสำนักงาน ก.พ. จะคำนวณหนี้ทุน และเรียกให้นักเรียนทุนชดใช้หนี้ทุนตามสัญญารับทุนต่อไป
นักเรียนทุนที่อยู่ในความดูแลของ สนร. จะต้องรายงานความก้าวหน้าในการศึกษาตามระบบของ สนร. อังกฤษ 4 ครั้ง รายละเอียดตามระดับหลักสูตรที่ศึกษารายละเอียด ดังนี้
ระดับปริญญาตรี ปริญญาตรีควบโท และปริญญาโท
1. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าเดือนมีนาคม และเดือนกันยายน* และส่งเอกสารประกอบการรายงานความก้าวหน้าในการศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล scholars@oeauk.net
2. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าในการศึกษารูปแบบที่ 2 เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ซึ่ง สนร. จะจัดส่ง Link ให้ท่านทางอีเมลล่วงหน้าก่อนกำหนด
กรณี นักเรียนทุนระดับปริญญาโท การแจ้งเดินทางกลับประเทศไทยถาวร ถือเป็นรายงานความก้าวหน้าฯ ของเดือนกันยายน
ระดับ A-level/Foundation Programme และ ปริญญาเอก
1. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ทางอีเมล scholars@oeauk.net
2. กรอกแบบรายงานความก้าวหน้าในการศึกษารูปแบบที่ 2 เดือนมีนาคม และเดือนกันยายน ซึ่ง สนร. จะจัดส่ง Link ให้ท่านทางอีเมลล่วงหน้าก่อนกำหนด
นักเรียนทุนจะได้รับระยะเวลาการรับทุนการศึกษาตามกรอบระยะเวลาศึกษา รายละเอียดตามแต่ละระดับการศึกษา ดังนี้
ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
กรอบระยะเวลาศึกษาเป็นไปตามระยะเวลาของหลักสูตรที่ระบุในหนังสือตอบรับหรือเอกสารประกอบการทำวีซ่า หรือหากสถานศึกษากำหนดระยะเวลาของหลักสูตรไว้เป็นช่วง (Range) กรอบระยะเวลาศึกษาเป็นไปตามระยะเวลาขั้นต่ำของหลักสูตร
ระดับปริญญาเอก
กรอบระยะเวลาศึกษาด้วยทุนของรัฐบาล 3 ปี และสามารถขอขยายเวลาศึกษาเพิ่มได้อีก 1 ปี โดย สนร. จะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็น
กรณีที่ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามกรอบระยะเวลาทุนของรัฐบาล นักเรียนทุนสามารถขอขยายระยะเวลาศึกษาต่อด้วยทุนส่วนตัวได้ โดย สนร. จะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็น
การดำเนินการขอขยายเวลาศึกษาและเอกสารประกอบการพิจารณา
นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นในการขอขยายเวลาศึกษา สามารถยื่นแบบขอขยายเวลาศึกษา พร้อมกับเอกสารประกอบการพิจารณา ให้ สนร. สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วันก่อนที่ระยะเวลาการศึกษาจะครบกำหนด รายละเอียดเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้
กรณีต้องรอส่งวิทยานิพนธ์/ส่งวิทยานิพนธ์แล้ว และจำเป็นจะต้องรอผลการตรวจวิทยานิพนธ์ หรือสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ (VIVA) โปรดระบุกำหนดการส่งงาน และระยะเวลาที่คาดการว่าจะต้องสอบ VIVA ที่ชัดเจน ส่วนกรณีที่สอบป้องกันวิทยานิพนธ์แล้ว แต่ยังไม่ผ่านหรือจำเป็นที่จะต้องแก้ไขนั้น กรุณาแจ้งกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์
นักเรียนทุนที่ได้รับทุนการศึกษาให้ศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ปริญญาตรี-โท-เอก หรือ ปริญญาโท-เอก เมื่อสำเร็จการศึกษาในแต่ละระดับการศึกษา จะต้องดำเนินการขออนุมัติศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นกับ สนร. โดยระดับการศึกษา สาขาวิชา และแนวทางการศึกษาจะต้องเป็นไปตามโครงการที่แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด จะอนุมัติเฉพาะกรณีมีสถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาในระดับสูงขึ้นแบบไม่มีเงื่อนไข และเป็นสถานศึกษาที่ ก.พ. รับรองและสาขาวิชาสอดคล้องตามประกาศทุนหรือโครงการศึกษา
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
นักเรียนทุนสามารถขอหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลจาก สนร. ได้ โดยดำเนินการยื่น แบบคำขอเอกสารรับรอง ฯ ให้ สนร. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ ก่อนวันที่ต้องการเอกสารรับรองฯ สนร. จะดำเนินการออกเอกสารรับรองฯ ให้ตามจุดประสงค์ของการใช้หนังสือรับรองฯ และส่งให้นักเรียนทุนทางอีเมล
| ประเภทของหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล | เอกสาร/ข้อมูล ประกอบการดำเนินการ |
| 1) ประกอบการลงทะเบียนศึกษา (บางสถานศึกษาต้องขอทุกปี กรณีที่หลักสูตรการศึกษาเกินกว่า 1 ปี) | – หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาระบุ ชื่อหลักสูตร/ วันเดือนปีที่เริ่มศึกษา – เอกสารระบุค่าเล่าเรียน |
| 2) ประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อ (Admission หรือ ประกอบการขอ CAS Statement จากสถานศึกษา แทนการจ่าย Deposit ค่าเล่าเรียน) | – รายละเอียดหลักสูตรที่สมัครเข้าศึกษาต่อ (Admission) – หนังสือตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข Unconditional offer letter (ขอ CAS Statement) |
| 3) ประกอบการต่ออายุวีซ่านักเรียนทุน UK/IE | – CAS statement (UK) – หนังสือตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional offer) – หนังสือประกอบการขอวีซ่าของสถานศึกษา (Ireland) |
| 4) ประกอบการทำหนังสือเดินทางข้าราชการเล่มใหม่ | – สำเนา Passport เดิม – Student status letter หรือเอกสารที่ระบุวันที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นการศึกษา |
| 5) ประกอบการเช่าที่อยู่อาศัย (สนร. ไม่สามารถเป็น Guarantor ในการเช่าที่อยู่อาศัยได้) | – ระบุชื่อบริษัท หรือ Agency |
นักเรียนทุนสามารถเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาระหว่างศึกษาได้ ในกรณีต่าง ได้แก่ การเดินทางกลับประเทศไทยชั่วคราว การเดินทางไปทัศนศึกษา การไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ อาทิ Field trip (เฉพาะกรณีไม่ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก สนร.) โดยนักเรียนทุนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเดินทางด้วยตนเอง เช่น ค่าเดินทาง ค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ฯลฯ และจะต้องขออนุมัติการเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาในทุกกรณี โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจาก สนร. ก่อนเดินทางทุกครั้ง
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
“การกลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราว” หมายถึง การเดินทางออกนอกประเทศที่ศึกษาและเดินทางกลับประเทศไทย การอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงที่ปิดภาคเรียน และไม่กระทบกับการเรียน รวมถึงกรณีมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่ใช่ช่วงปิดภาคการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. อนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้าน
การเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษาหรือการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ อาทิ Field trip ระยะเวลาการเดินทางออกนอกประเทศศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จะไม่ถูกนับรวมใน 90 วัน
เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass)
นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นในการเดินทางออกนอกประเทศศึกษา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางการศึกษาโดย ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก สนร. เช่น การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การฝึกงาน เป็นต้น สนร. จะพิจารณาการเดินทางฯ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
“ข้อบังคับหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับการศึกษาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้ากิจกรรมครบถ้วนตามจำนวนหรือระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้
ตัวอย่างสถานการณ์: นักเรียนศึกษาอยู่ ณ เมืองลอนดอน ได้รับอนุมัติให้เดินทางไป Field Trip ณ ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นข้อบังคับของหลักสูตรและขอเบิกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าที่พัก มีกำหนดการ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 68 ถึงวันที่ 15 มิ.ย 68
การพิจารณา: นักเรียนสามารถดำเนินการและเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามสถานการณ์ ดังนี้
การเดินทาง – นักเรียนสามารถเดินทางไปประเทศอิตาลีได้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 68 และสามารถเดินทางกลับถึง UK ได้ช้าสุดภายในวันที่ 18 มิ.ย. 68 โดยจะสามารถเบิกค่าเดินทาง อิตาลี-ลอนดอน ขาไป (9 มิ.ย. 68) ได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด และขากลับลอนดอน ได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด แต่ไม่เกินราคาตั๋วเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษาในวันที่ 16 มิ.ย. 68
ที่พัก – หากนักเรียนเดินทางกลับถึง UK ในวันที่ 16 มิ.ย. 68 นักเรียนสามารถเบิกค่าที่พักได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด ในคืนวันที่ 9 – 15 มิ.ย. 68 แต่หากนักเรียนลาทัศนศึกษาหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม (15 มิ.ย. 68) และเดินทางกลับ UK ในวันที่ 18 มิ.ย. 68 นักเรียนสามารถเบิกค่าที่พักได้ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด ในคืนวันที่ 9 – 14 มิ.ย. 68
“ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อนไขการเข้ากิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้
ดำเนินการส่งแบบคำขอเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือ กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ กรณีขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย (Link) และเอกสารตามแต่กรณี เช่น การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ การเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์ การฝึกงาน เป็นต้น ให้ สนร พิจารณา
นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์นอกประเทศที่ศึกษา ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง เช่น ค่าตั๋ว ค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ฯลฯ โดยจะต้องได้รับอนุมัติการเดินทางไปเก็บข้อมูลนอกประเทศที่ศึกษาจาก สนร. ก่อน
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
1.) นักเรียนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเอง เช่น ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ค่าวีซ่า เป็นต้น
2.) นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนช่วงที่เดินทางไปเก็บข้อมูลนอกประเทศที่ศึกษา ดังนี้
2.1) ระดับปริญญาโท
2.1.1) จะต้องเข้าศึกษามาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยอนุญาตให้ไปได้ 1 ครั้ง ตลอดหลักสูตร
2.1.2) หลักสูตรการศึกษาไม่เกิน 1 ปี กำหนดให้ได้รับค่าใช้ประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 30 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 30 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราของประเทศที่เดินทางไปเก็บข้อมูล
2.1.3) หลักสูตรการศึกษาเกิน 1 ปีขึ้นไป กำหนดให้ได้รับค่าใช้ประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 60 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 60 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราของประเทศที่เดินทางไปเก็บ
2.2) ระดับปริญญาเอก
2.2.1) จะต้องเข้าศึกษามาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยอนุญาตให้ไปได้รวมระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (365 วัน) ตลอดหลักสูตร
2.2.2) กำหนดให้ได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราประเทศที่ศึกษาไม่เกิน 180 วัน ตลอดหลักสูตร ส่วนที่เกิน 180 วัน จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราประเทศที่เดินทางไปเก็บข้อมูล ทั้งนี้ ยังคงได้รับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามสิทธิในอัตราประเทศที่ศึกษา เช่น ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าประกันสุขภาพ เป็นต้น
3.) หากได้รับอนุมัติให้เก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์เป็นช่วงๆ ให้นับเวลาทุกช่วงรวมกันตลอดหลักสูตร โดยเริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่เดินทางออกจากประเทศที่ศึกษาจนถึงวันที่เดินทางกลับประเทศที่ศึกษา
4.) หากได้รับอนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้านและเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ต่อเนื่องกัน ให้นับเวลาทั้งสองประเภทรวมกันเป็นระยะเวลาเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์
5.) เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศที่ศึกษา กรุณาแจ้งให้ สนร. ทราบโดยการส่งหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าประเทศที่เดินทางไปและประทับเข้าประเทศที่ศึกษาให้ สนร. ทางอีเมล (กรณี ไม่มีตราประทับวันที่เดินทาง กรุณาส่ง Boarding pass)
เอกสารประกอบการพิจารณา
นักเรียนทุนที่มีความจำเป็นจะต้องเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ และประสงค์ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย จะต้องได้รับอนุมัติการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมวิชาการจาก สนร. ก่อนการเข้าร่วมประชุมฯ โปรดศึกษาหลักเกณฑ์ตามกรณี ดังนี้
กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร
“ข้อบังคับหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับการศึกษาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้ากิจกรรมครบถ้วนตามจำนวนหรือระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
“ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อ นไขการเข้ากิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้
นักเรียนทุนที่ประสงค์เข้าร่วมประชุมทางวิชาการ ที่มิใช่ข้อบังคับของหลักสูตร ทั้งนอกและในประเทศที่ศึกษา และประสงค์ขอเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย จะสามารถขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้เฉพาะค่าลงทะเบียนที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
“กิจกรรมการพัฒนาเสริมสร้างประสบการณ์” หมายถึง การฝึกงาน โครงการแลกเปลี่ยน การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การทำงานวิจัย การเข้าร่วมการแข่งขันวิชาการ การเรียนวิชาหรือทักษะเพิ่มเติม ที่เป็นข้อบังคับของหลักสูตร เป็นความจำเป็น หรือ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา
กรณีเป็นข้อบังคับของหลักสูตร
“ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรในระดับที่นักเรียนทุนของรัฐบาลศึกษาได้กำหนดให้นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ครบถ้วนตามจำนวนครั้งหรือระยะเวลา ที่หลักสูตรกำหนด จึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ โดยระบุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรหรือเป็นวิชาที่นักเรียนทุนของรัฐบาลสามารถนับเป็นหน่วยกิตได้
หลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
“ไม่ใช่ข้อบังคับของหลักสูตร” หมายถึง หลักสูตรมิได้กำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่าหากเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ โดยอาจนับหรือไม่นับเป็นหน่วยกิตก็ได้
กรณีที่นักเรียนทุนประสบปัญหาระหว่างศึกษาหรือไม่สามารถศึกษาระดับการศึกษาที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง สามารถยื่นเรื่องขอพักการศึกษาชั่วคราวได้ โดย สนร. จะพิจารณาตามเหตุผลและความจำเป็น และหากนักเรียนทุนได้รับการอนุมัติให้พักการศึกษาชั่วคราว นักเรียนทุนจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายใดๆในฐานะนักเรียนทุนรัฐบาล/ทุนองค์กร ในระหว่างการพักการศึกษาชั่วคราว
นักเรียนทุนที่ประสงค์ขออยู่ฝึกอบรม/ฝึกงาน/ดูงานต่อหลังจากสำเร็จการศึกษา จะต้องยื่นเรื่องต่อ สนร. ก่อนสำเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่า 60 วัน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะอยู่ฝึกอบรมหรือดูงานได้ และจะต้องฝึกอบรม/ฝึกงาน/ดูงาน ตามที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระยะเวลา สถานที่ หรือแนวการฝึกอบรมวิจัย/ฝึกงาน ที่ต่างไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงก่อน
“ฝึกงาน” หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการในการเพิ่มทักษะหรือประสบการณ์ จากการได้เข้าปฏิบัติจริง เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการการทำงาน ความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ และสามารถนำกลับมาใช้ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการและประเทศชาติ
1. นักเรียนทุนยื่นแบบแสดงความจำนงเลือกหน่วยงาน ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาประมาณ 6 เดือน และนำส่งหนังสือแสดงความจำนงฯ ถึง สนร. หรือ สกพ. โดย ก.พ. ได้กำหนดแนวทางการพิจารณาหน่วยงานเพื่อชดใช้ทุนไว้ ดังนี้
1.1 จะพิจารณาให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในส่วนราชการที่เป็นกระทรวง/กรม เป็นอันดับแรก โดยนักเรียนทุนกลางจะต้องระบุกระทรวง/กรม ที่ประสงค์จะไปชดใช้ทุนอย่างน้อย 1 แห่ง
1.2 สำหรับหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่กระทรวง/กรม จะพิจารณาจากหลักการประเภทหน่วยงานของรัฐในกำกับของฝ่ายบริหารของสำนักงาน ก.พ.ร. และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนี้
1.2.1 เป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้งบประมาณของรัฐ และไม่แสวงหากำไร/รายได้ รวมทั้งต้องมีภารกิจต่อเนื่อง
1.2.2 กรอบหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ/หน่วยงานของศาล หรือหน่วยงานในกำกับของรัฐ/องค์การมหาชน หรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
1.3 กำหนดเกณฑ์ที่จะจัดสรรรนักเรียนทุนกลางไปปฏิบัติงานยังหน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือองค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา ดังนี้
1.3.1 สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทภารกิจของกระทรวง/กรม เช่น สาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน ฯลฯ หรือ
1.3.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
1.3.3 หน่วยงานของรัฐมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งและขอให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาเป็นการเฉพาะราย และสำนักงาน ก.พ. พิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อประเทศชาติ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและตัวนักเรียนทุน เช่น กรณีสถาบันการศึกษามีความต้องการนักเรียนทุนที่ศึกษากฎหมายจีน
2. สำนักงาน ก.พ. จะพิจารณาจัดสรรนักเรียนทุนกลางให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนยังส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีความประสงค์และตำแหน่งว่างพร้อมที่จะบรรจุนักเรียนทุน (ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานที่ไม่อยู่ในกรอบการจัดสรรของสำนักงาน ก.พ. ที่จะให้นักเรียนทุนกลางไปปฏิบัติงานชดใช้ทุน) โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนจำนวนกำลังคนในสาขาวิชาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันที่มีอยู่แล้วในส่วนราชการนั้น และการใช้ประโยชน์จากนักเรียนทุน รวมทั้งความสอดคล้องกับนโยบายและแผนการจัดสรรทุนของรัฐบาลที่ ก.พ. กำหนด และนโยบายและแผนงาน ที่กระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐกำหนด
***เอกสารการศึกษาที่ไม่เป็นภาษาอังกฤษขอให้นักเรียนแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย***
นักเรียนทุนที่ประสงค์รับทุนการศึกษาจากหน่วยงานอื่นหรือจากสถานศึกษา ต้องดำเนินการขออนุมัติการรับทุนอื่นกับ สนร. ก่อนการตอบตกลงรับทุนอื่น ๆ
เมื่อนักเรียนทุนใกล้เสร็จสิ้นการศึกษาหรือประสงค์ยุติการศึกษา ณ ต่างประเทศ นักเรียนทุนต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎที่ราชการกำหนดไว้ และดำเนินการแจ้งกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยถาวรกับ สนร. รวมทั้งขอเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเงินของ สนร. ก่อนการเดินทางกลับประเทศไทย
การวางแผนเดินทางกลับประเทศไทยถาวร กรุณาตรวจสอบความถูกต้องของวันเดินทางให้เป็นไปตามกฎระเบียบ หากมีข้อสงสัย กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ สนร. ก่อนการจองตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย (ทั้งกรณี จองตั๋วเดินทางกับ สนร. และจองด้วยตนเอง) ทั้งนี้ นักเรียนทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการจองตั๋วเดินทางและการขอเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้ที่ หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนทุน (ข้อ 11-13 ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร)
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดูงาน ณ ต่างประเทศ กำหนดระยะเวลาในการเดินทางกลับประเทศไทยและรายงานตัวภาย ดังนี้
1.) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรมเกิน 1 ปี
2). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรม เกิน 6 เดือน
3). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาฝึกอบรม ไม่เกิน 6 เดือน
4). ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปดูงาน
1. ระดับปริญญาตรี: ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน นับถัดจากวันที่ทราบผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ
เอกสารประกอบการพิจารณา
2. ระดับปริญญาโท: กรณีที่ ศึกษา ไม่เกิน 1 ปี ต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทย และ รายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน และ กรณีที่ศึกษาเกินกว่า 1 ปี ขึ้นไป ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทย และรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน
การพิจารณาว่าศึกษาเกินกว่า 1 ปีหรือไม่ ให้เริ่มนับจาก วันที่เดินทางออกจากประเทศไทยจนถึงวันที่ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือวันสอบเสร็จ หรือวันที่เสนอผลงานเสร็จ วันใดวันหนึ่งที่เป็นลำดับสุดท้าย (ไม่ใช่วันสิ้นสุดของหลักสูตรที่ระบุใน Offer Letter หรือกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ที่ระบุในเอกสารของหลักสูตร)
ตัวอย่างสถานการณ์: นักเรียนระดับปริญญาโท เดินทางมาศึกษา ณ สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 67 มีกำหนดการส่งวิทยานิพนธ์ภายในวันที่ 5 ก.ย. 68 และนักเรียนได้ส่งวิทยานิพนธ์ในวันที่ 4 ก.ย. 68
การพิจารณา: ข้อเท็จจริงจากสถานการณ์ นักเรียนสามารถดำเนินการตามระเบียบ ดังนี้
– นักเรียนศึกษาในประเทศที่ศึกษา ไม่เกิน 1 ปี (20 ก.ย. 67 – 4 ก.ย. 68) ดังนั้น ต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน
– นักเรียนต้องวางแผนการเดินทางกลับประเทศไทยถาวร ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพราะฉะนั้น ภายในวันที่ 5 ส.ค. 68 ควรทราบแผนการเดินทาง หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ สนร. ในการวางแผนดังกล่าว
– นักเรียนส่งวิทยานิพนธ์ในวันที่ 4 ก.ย. 68 และต้องเดินทางกลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 10 วัน ดังนั้น จะต้องรายงานตัวฯ ภายในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. 68 ซึ่งเป็นวันที่ราชการหนุดทำการ ดังนั้น นักเรียนจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน เพื่อให้สามารถรายงานตัวได้อย่างช้าที่สุดภายในวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. 68
3. ระดับปริญญาเอก: สำหรับนักเรียนทุนที่ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือ สอบผ่าน viva แก้ไขไม่เกิน 6 เดือน และประสงค์กลับไปแก้ไขวิทยานิพนธ์ที่ประเทศไทย
ในกรณีที่นักเรียนทุนสอบผ่าน viva โดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขวิทยานิพนธ์ หรือหากต้องแก้ไข ให้ถือวันส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ เป็นวันเสร็จสิ้นการศึกษา และนักเรียนทุนจะต้องเดินทาง กลับถึงประเทศไทยและรายงานตัวปฏิบัติงาน ภายใน 20 วัน นับถัดจากวันเสร็จสิ้นการศึกษา
เอกสารประกอบการพิจารณา
กรุณาติดต่อฝ่ายการศึกษาเพื่อวางแผนวันเดินทางและดำเนินการขอยุติการศึกษาใน กรณี ดังต่อไปนี้
1). ระดับปริญญาตรี: เดินทางกลับประเทศไทยถาวรก่อนทราบผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ (Provisional Result)
2). ระดับปริญญาโท: เดินทางกลับประเทศไทยถาวรก่อนส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ หรือวันสอบวันสุดท้าย หรือเสนอผลงานวันสุดท้าย
3). ระดับปริญญาเอก: ยังมิได้ส่งวิทยานิพนธ์ฉบับร่าง หรือยังมิได้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ หรือมีผลการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ต้องแก้ไขเกินกว่า 6 เดือน
4).ไม่ประสงค์ศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ
5). กรณีที่ สนร. พิจารณาแล้วเห็นว่านักเรียนทุนอาจไม่สามารถศึกษาต่อได้ตามที่ทุนกำหนด เช่น มีปัญหาสุขภาพทางกายหรือปัญหาสุขภาพทางจิต ใช้ระยะเวลาศึกษาเกินกว่าที่ราชการกำหนด หรือไม่อาจสำเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่มีความก้าวหน้าทางการศึกษาตามที่กำหนด ไม่มีสถานศึกษาตอบรับอย่างต่อเนื่อง หรือรอสถานศึกษาเปิดภาคการศึกษาในระดับถัดไป เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษา ประพฤติผิดสัญญารับทุน หรือผิดข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษาฯ สนร. จะพิจารณาให้นักเรียนทุนยุติการศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำขอจากนักเรียนทุน
เอกสารประกอบการพิจารณา
นักเรียนทุนของรัฐบาลจะต้องรีบรายงานตัวต่อสำนักงาน ก.พ. (ศกศ.) ในโอกาสแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย โดยส่งหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม จากสถานศึกษา เช่น ประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองว่าสำเร็จการศึกษาหรือการฝึกอบรม หรือหนังสือรับรองจากคณะกรรมการมหาวิทยาลัยหรืออาจารย์ที่ปรึกษาว่าสอบผ่านวิทยานิพนธ์หรือส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์แล้วหรือสำเร็จการฝึกอบรมโดยสมบูรณ์แล้ว และตั๋วโดยสารเครื่องบิน ฯลฯ
นักเรียนทุนของรัฐบาลที่มีสถานะเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทาง ที่ปฏิบัติงานในสังกัดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะต้องรายงานตัวกับต้นสังกัดภายในวันถัดจากวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย สำหรับนักเรียนทุนของรัฐบาลที่มีสถานะเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทางที่ปฏิบัติงาน ณ ต่างจังหวัด จะต้องรายงานตัวกับต้นสังกัดไม่เกิน ๒ วัน นับจากวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย
เมื่อสำนักงาน ก.พ. ได้รับแบบรายงานตัวและเอกสารครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ทุน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. ในกรณีที่นักเรียนทุนของรัฐบาลที่สำเร็จการศึกษา มีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐก่อนเดินทางสามารถออกหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ในหน่วยงานต้นสังกัดได้ทันที
2. ในกรณีที่นักเรียนทุนของรัฐบาลยังไม่ได้เป็นบุคลากรภาครัฐ
– กรณี นักเรียนทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องส่งเอกสารสำเร็จการศึกษา (ปริญญาบัตร, Transcript ซึ่งระบุวันสำเร็จการศึกษา และมีผลคะแนนครบทุกวิชา) ให้สำนักงาน ก.พ. และได้รับการพิจารณาคุณวุฒิว่าตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งก่อน สำนักงาน ก.พ. จึงจะมีหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในหน่วยงานต้นสังกัด
– กรณี นักเรียนทุนของรัฐบาล (ทุนอื่น ๆ) นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องส่งเอกสารสำเร็จการศึกษาให้สำนักงาน ก.พ. ก่อน จึงจะออกหนังสือส่งตัวนักเรียนทุนของรัฐบาลไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในหน่วยงานต้นสังกัด
“การลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล” หมายถึง การยุติสัญญาการรับทุน การขอบอกเลิกสัญญาการรับทุนของรัฐบาล การขอสละสิทธิการรับทุน หรือลาออกระหว่างการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามสัญญาการรับทุนของรัฐบาล แล้วแต่กรณี
1. สำนักงาน ก.พ. หรือแหล่งทุน รับทราบการลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล
2. การชดใช้เงิน ผู้รับทุนต้องปฏิบัติตามสัญญาการรับทุนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นักเรียนทุนสามารถดำเนินการยื่นคำขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลต่อสำนักงาน ก.พ. หรือ สนร. โดยสำนักงาน ก.พ. จะมีหนังสือแจ้งให้แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดคู่สัญญาพิจารณาคำขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล โดยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ และให้แหล่งทุนหรือหน่วยงานต้นสังกัดคู่สัญญาดำเนินการคำนวณระยะเวลาชดใช้ทุน รวมทั้งเงินทุนที่ต้องชดใช้คืนให้กับทางราชการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
โปรดติดต่อ สนร. หรือ สำนักงาน ก.พ. หรือ หน่วยงานต้นสังกัดเจ้าของทุน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก
นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องปฏิบัติตนตามข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษาควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศอย่างเคร่งครับ
สำนักงาน ก.พ. หรือ สนร. จะดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนทุนของรัฐบาล หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า นักเรียนทุนของรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษา ควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ใน ความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ
การอุทธรณ์คำสั่ง
กรณีนักเรียนทุนของรัฐบาลมีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์คำสั่งของสำนักงาน ก.พ.ให้ดำเนินการยื่นคำอุทธรณ์เป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อสำนักงาน ก.พ. ทั้งนี้ การอุทธรณ์ดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
Updated Feb 26, 2026
